[๗๐๖] ป. พระสาวกรู้โลกอันมีธาตุต่างๆ มีธาตุมิใช่น้อย หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า พระสาวกรู้โลกอันมีธาตุต่างๆ มีธาตุมิใช่น้อย ด้วยเหตุนั้นนะ
ท่านจึงต้องกล่าวว่า กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงซึ่งโลกอัน
มีธาตุต่างๆ มีธาตุมิใช่น้อย ทั่วไปแก่พระสาวก
[๗๐๗] ป. พระสาวก รู้ความที่สัตว์ทั้งหลายเป็นผู้มีอธิมุติ (อัธยาศัย) ต่างๆ กัน
หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า พระสาวกรู้ความที่สัตว์ทั้งหลายเป็นผู้มีอธิมุติต่างๆ กัน ด้วย
เหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริง
ซึ่งความที่สัตว์ทั้งหลายเป็นผู้มีอธิมุติต่างๆ กัน ทั่วไปแก่พระสาวก
[๗๐๘] ป. พระสาวกรู้ความเศร้าหมอง ความผ่องแผ้ว การออกแห่งฌาน วิโมกข์
สมาธิ และสมาบัติ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า พระสาวกรู้ความเศร้าหมอง ความผ่องแผ้ว การออกแห่งฌาน
วิโมกข์ สมาธิ และสมาบัติ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า กำลัง
ของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงซึ่งความเศร้าหมอง ความผ่องแผ้ว
การออกแห่งฌาน วิโมกข์ สมาธิ และสมาบัติ ทั่วไปแก่พระสาวก
[๗๐๙] ป. พระสาวกรู้ญาณเป็นเครื่องระลึกถึงขันธ์ที่เคยอยู่อาศัยในกาลก่อน (ระลึก
ชาติหนหลังได้) หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า พระสาวกรู้ญาณเป็นเครื่องระลึกถึงขันธ์ที่เคยอยู่อาศัยในกาลก่อน
ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตาม
จริงซึ่งญาณเป็นเครื่องระลึกถึงขันธ์ที่เคยอยู่อาศัยในกาลก่อน ทั่วไปแก่