ส. จิตมีราคะ หลุดพ้นได้ หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งราคะและจิต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๔๐] ส. จิตมีเวทนา ฯลฯ จิตมีสัญญา ฯลฯ จิตมีเจตนา ฯลฯ จิตมีปัญญา
หลุดพ้นได้ หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งปัญญาและจิต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. จิตมีราคะหลุดพ้นได้ หลุดพ้นได้ทั้งสอง คือ ทั้งราคะและจิต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๔๑] ส. จิตมีผัสสะ มีราคะ หลุดพ้นได้ หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งผัสสะและจิต
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งราคะและจิต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๔๒] ส. จิตมีเวทนา มีราคะ ฯลฯ จิตมีสัญญา มีราคะ ฯลฯ จิตมีเจตนา มีราคะ
ฯลฯ จิตมีปัญญา มีราคะ หลุดพ้นได้ หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งปัญญาและ
จิต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งราคะและจิต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๔๓] ส. จิตมีโทสะ หลุดพ้นได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. จิตสหรคตด้วยโทสะ เกิดพร้อมกับโทสะ ระคนด้วยโทสะ สัมปยุตด้วย
โทสะ ปรากฏพร้อมกับโทสะ แปรไปตามโทสะ เป็นอกุศล เป็นโลกิยะ
เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หลุดพ้นได้หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ