กถาวัตถุ
ฉบับหลวง · เล่ม ๓๗ · หน้า ๘๒๐ · ข้อ 1848 1849 1850
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า กองอันเป็นอนิยตะมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่าธรรมทั้งปวงเป็นนิยตะ

[๑๘๔๘] ส. ธรรมทั้งปวงเป็นนิยตะ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกอง ๓ คือ กองอันเป็นมิจฉัตตนิยตะ ๑ กอง

อันเป็นสัมมัตตนิยตะ ๑ กองอันเป็นอนิยตะ ๑ มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกอง ๓ อย่าง คือ กองอันเป็นมิจฉัตต

นิยตะ ๑ กองอันเป็นสัมมัตตนิยตะ ๑ กองอันเป็นอนิยตะ ๑ ก็ต้อง

ไม่กล่าวว่า ธรรมทั้งปวงเป็นนิยตะ

[๑๘๔๙] ส. รูป เป็นนิยตะ โดยอรรถว่ารูป หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เป็นมิจฉัตตนิยตะ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เป็นสัมมัตตนิยตะ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณเป็นนิยตะ โดย

อรรถว่าวิญญาณ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เป็นมิจฉัตตนิยตะ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เป็นสัมมัตตนิยตะ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๘๕๐] ป. ไม่พึงกล่าวว่า รูปเป็นนิยตะโดยอรรถว่ารูป ฯลฯ เวทนา ฯลฯ

สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณเป็นนิยตะโดยอรรถว่า วิญญาณ

หรือ?