ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย
เป็นอริยะ มีอนิมิตตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะก็เป็นอริยะ
มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๓๕] ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย
เป็นอริยะ มีสุญญตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอนิมิตตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ
มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย
ก็เป็นอริยะ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๓๖] ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ
แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีสุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย
เป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีสุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ
แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีอนิมิตตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์
หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย
ก็เป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ?