ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าว บุคคลละกิเลสได้เป็นส่วนๆ น่ะสิ
[๒๘๕] ส. บุคคลละกิเลสได้เป็นส่วนๆ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในสมัยใด ธรรมจักษุ
ปราศจากผงฝ้าเกิดขึ้นแล้ว แก่อริยสาวกว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีอัน
เกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดมีอันดับไปเป็นธรรมดา ดูกร
ภิกษุทั้งหลาย พร้อมกับการเกิดขึ้นแห่งทัสสนะนั้น อริยสาวกละ
สัญโญชน์ ๓ ประการได้ คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพต
ปรามาส ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริงมิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้นก็ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลละกิเลสได้เป็นส่วนๆ น่ะสิ
โอธิโสกถา จบ.
-----------
ชหติกถา
[๒๘๖] สกวาที ปุถุชนละกามราคะ และพยาบาทได้ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. ละได้หมดสิ้น ละได้ไม่มีส่วนเหลือ ละได้ไม่มีเยื่อใย ละได้กับทั้งราก
ละได้กับทั้งตัณหา ละได้กับทั้งอนุสัย ละได้ด้วยญาณอันเป็นอริยะ
ละได้ด้วยมรรคอันเป็นอริยะ แทงตลอดอกุปปธรรมละได้ ทำให้แจ้ง
อนาคามิผลละได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๒๘๗] ส. ปุถุชนข่มกามราคะ และพยาบาทได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว