[๑๖๙] ป. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. บุคคลเป็นโสดาบันมีอยู่ มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า บุคคลเป็นโสดาบันมีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า
หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์
ป. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. บุคคลเป็นสกทาคามีมีอยู่ ฯลฯ บุคคลเป็นอนาคามีมีอยู่ ฯลฯ บุคคลเป็น
พระอรหัตมีอยู่ ฯลฯ บุคคลเป็นพระขีณาสพผู้อุภโตภาควิมุตมีอยู่ ฯลฯ
บุคคลเป็นพระขีณาสพผู้ปัญญาวิมุตมีอยู่ บุคคลเป็นพระอริยะผู้กายสักขี
มีอยู่ ฯลฯ บุคคลเป็นพระอริยะผู้ทิฏฐิปัตตะมีอยู่ ฯลฯ บุคคลเป็น
พระอริยะผู้สัทธาวิมุตมีอยู่ ฯลฯ บุคคลเป็นพระอริยะผู้ธัมมานุสารีมีอยู่
บุคคลเป็นพระอริยะผู้สัทธานุสารีมีอยู่ มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า บุคคลเป็นพระอริยะผู้สัทธานุสารีมีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่าน
จึงต้องกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์
[๑๗๐] ส. ท่านได้ทำความตกลงแล้วว่า บุคคลเป็นโสดาบันมีอยู่ และด้วยเหตุนั้น
จึงหยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมไม่เป็นโสดาบัน แล้วเป็นโสดาบันมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมไม่เป็นบุคคลแล้วเป็นบุคคลมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ