[๑๖๔๐] ส. บุคคลอื่นข่มจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลอื่นละราคะ ละโทสะ ฯลฯ ละอโนตตัปปะ เพื่อประโยชน์แก่
บุคคลอื่นได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๔๑] ส. บุคคลอื่นข่มจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลอื่นเจริญมรรค เจริญสติปัฏฐาน ฯลฯ เจริญโพชฌงค์ เพื่อประโยชน์
แก่บุคคลอื่นได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๔๒] ส. บุคคลอื่นย่อมข่มจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลอื่นกำหนดรู้ทุกข์ ละสมุทัย ทำให้แจ้งซึ่งนิโรธ ยังมรรคให้เกิด
เพื่อประโยชน์ แก่บุคคลอื่นได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๔๓] ส. บุคคลอื่นข่มจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลอื่นเป็นผู้ทำแก่บุคคลอื่น สุขและทุกข์คนอื่นทำให้ คนหนึ่งทำ
อีกคนหนึ่งเสวยผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๔๔] ส. บุคคลอื่นข่มจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า บุคคลทำบาปด้วยตนเอง ย่อมเศร้าหมอง
ด้วยตนเทียว ไม่ทำบาปด้วยตน ย่อมหมดจดด้วยตนเทียว ความ