กถาวัตถุ
ฉบับหลวง · เล่ม ๓๗ · หน้า ๑๓๗ · ข้อ 272
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ป. ในหมู่เทวดานั้นแล

ส. หากว่าบุคคลผู้อนาคามี ละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ ๕ ได้แล้ว

แต่ยังละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องบน ๕ ไม่ได้ เมื่อท่านเคลื่อน

จากโลกนี้ บังเกิดในหมู่เทวดานั้นแล้ว ผลก็บังเกิดขึ้นในหมู่เทวดานั้น

ก็ต้องไม่กล่าวว่า การประพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในหมู่เทวดา

ส. บุคคลผู้อนาคามี ละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ ๕ ได้แล้ว

แต่ยังละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องบน ๕ ไม่ได้ เมื่อท่านเคลื่อน

จากโลกนี้ บังเกิดในหมู่เทวดานั้นแล้ว มีการปลงภาระ ณ ที่ไหน ... มี

การกำหนดรู้ทุกข์ ณ ที่ไหน ... มีการละกิเลส ณ ที่ไหน ... มีการกระทำให้

แจ้งซึ่งนิโรธ ณ ที่ไหน ... มีการแทงตลอดซึ่งอกุปปธรรม ณ ที่ไหน

ป. ในหมู่เทวดานั้นแล

ส. หากว่าบุคคลผู้อนาคามี ละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ ๕ ได้แล้ว

แต่ยังละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องบน ๕ ไม่ได้ เมื่อท่านเคลื่อน

จากโลกนี้ บังเกิดในหมู่เทวดานั้นแล้ว มีการแทงตลอดซึ่งอกุปปธรรม

ในหมู่เทวดานั้น ก็ต้องไม่กล่าวว่า การประพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในหมู่

เทวดา

ส. บุคคลผู้อนาคามี ละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ ๕ ได้แล้ว

แต่ยังละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องบน ๕ ไม่ได้ เมื่อท่านเคลื่อน

จากโลกนี้ บังเกิดในหมู่เทวดานั้นแล้ว ผลก็บังเกิดในหมู่เทวดานั้น

การปลงภาระก็ในหมู่เทวดานั้น การกำหนดรู้ก็ในหมู่เทวดานั้น การละ

กิเลสก็ในหมู่เทวดานั้น การทำให้แจ้งซึ่งนิโรธก็ในหมู่เทวดานั้น การแทง

ตลอดซึ่งอกุปปธรรมก็ในหมู่เทวดานั้น ก็โดยอรรถเป็นไฉนเล่า ท่านจึง

กล่าวว่า การประพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในหมู่เทวดา

ป. ก็เพราะบุคคลผู้อนาคามีกระทำให้แจ้งซึ่งผล ในหมู่เทวดานั้น ด้วยมรรคที่

ท่านให้เกิดแล้วในโลกนี้นั่นแล

[๒๗๒] ส. บุคคลผู้อนาคามี ทำให้แจ้งซึ่งผลในหมู่เทวดานั้นด้วยมรรคอันท่านให้

เกิดแล้วในโลกนี้ หรือ?