ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ธรรมที่เป็นกุศลและธรรมที่เป็นอกุศล ธรรม
ที่มีโทษและธรรมที่ไม่มีโทษ ธรรมเลวและธรรมประณีต ธรรมดำและ
ธรรมขาวอันเป็นข้าศึกกันมาพบกัน
[๑๕๓๐] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ผู้เข้าสมาบัติย่อมยินดี ความยินดีรักใคร่ในฌาน มีฌาน
เป็นอารมณ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้
สงัดแล้วจากามทั้งหลาย ฯลฯ บรรลุปฐมฌานอยู่ เธอยินดีในฌาน
นั้น รักใคร่ฌานนั้น และประสบความปลื้มใจด้วยฌานนั้น บรรลุ
ทุติยฌาน ภายในผ่องใส เพราะวิตกและวิจารสงบ ฯลฯ บรรลุถึงตติย
ฌาน ฯลฯ บรรลุจตุตถฌานอยู่ ฯลฯ เธอยินดีฌานนั้น รักใคร่ฌาน
นั้น และประสบความปลื้มใจด้วยฌานนั้น ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่
หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น ผู้เข้าสมาบัติก็ยินดี ความยินดีรักใคร่ในฌาน ก็มีฌานเป็น
อารมณ์ น่ะสิ
สมาปันโน อัสสาเทติกถา จบ.
------------------
อสาตราคกถา
[๑๕๓๑] สกวาที ความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจมีอยู่ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. สัตว์ทั้งหลายเป็นผู้ชื่นชมยิ่งในทุกข์ มีอยู่บางพวกที่ปรารถนา กระหยิ่ม
แสวงหา ค้นหา เสาะหาทุกข์ หมกมุ่นทุกข์ ตั้งอยู่ หรือ?