[๙๖๓] ส. เมื่อพระโพธิสัตว์ประสูติ ธารน้ำทั้ง ๒ คือ ธารน้ำเย็น ๑ ธารน้ำร้อน ๑
ปรากฏจากอากาศ สำหรับเป็นน้ำสรงของพระโพธิสัตว์และพระมารดา
ฉันใด เมื่อจักกวัตติสัตว์ประสูติ ธารน้ำทั้ง ๒ คือ ธารน้ำเย็น ๑ ธารน้ำ
ร้อน ๑ ก็ปรากฏจากอากาศ สำหรับเป็นน้ำสรงของจักกวัตติสัตว์และพระ
มารดา ฉันนั้นเหมือนกัน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๙๖๔] ส. พระโพธิสัตว์พอประสูติแล้วเดี๋ยวนั้น ก็ทรงยืนได้ด้วยพระบาททั้งสองอัน
เสมอ ผันพระพักตร์ทางทิศอุดร ทรงดำเนินได้ ๗ ก้าว มีพระกรดขาว
กั้นตามไป ทรงแลดูทิศทั้งปวง และทรงเปล่งอาสภิวาจาว่า เราเป็นผู้เลิศ
แห่งโลก เราเป็นผู้ใหญ่แห่งโลก เราเป็นผู้ประเสริฐสุดแห่งโลก
ชาตินี้เป็นที่สุด บัดนี้ ภพใหม่เป็นไม่มีอีกละ ดังนี้ ฉันใด จักกวัตติ
สัตว์พอประสูติแล้วเดี๋ยวนั้น ก็ยืนได้ด้วยพระบาททั้งสองอันเสมอ ผัน
พระพักตร์ไปทางทิศอุดร ทรงดำเนินไปได้ ๗ ก้าว มีพระกรดขาวกั้นตาม
ไป ทรงแลดูทิศทั้งปวง และทรงเปล่งอาสภิวาจาว่า เราเป็นผู้เลิศแห่ง
โลก เราเป็นผู้ใหญ่แห่งโลก เราเป็นผู้ประเสริฐสุดแห่งโลก ชาติ
นี้เป็นที่สุด บัดนี้ ภพใหม่เป็นไม่มีละ ฉันนั้นเหมือนกัน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๙๖๕] ส. เมื่อพระโพธิสัตว์ประสูติ ย่อมปรากฏแสงสว่างใหญ่ โอภาสใหญ่ แผ่นดิน
ไหวใหญ่ ฉันใด เมื่อจักกวัตติสัตว์ประสูติ ก็ย่อมปรากฏแสงสว่างใหญ่
โอภาสใหญ่ แผ่นดินไหวใหญ่ ฉันนั้นเหมือนกัน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๙๖๖] ส. พระกายตามปกติของพระโพธิสัตว์ ฉายพระรัศมีออกไปว่าหนึ่งโดยรอบ
ฉันใด พระกายตามปกติของจักกวัตติสัตว์ ก็ฉายพระรัศมีออกไปวาหนึ่ง
โดยรอบ ฉันนั้นเหมือนกัน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ