กถาวัตถุ
ฉบับหลวง · เล่ม ๓๗ · หน้า ๕๐๒ · ข้อ 1215 1216
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า ปีติโสมนัสเกี่ยวด้วยอายตนะ ๕ นั้น มีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า

อายตนะ ๕ เท่านั้น เป็นกาม

[๑๒๑๕] ป. ไม่พึงกล่าวว่า อายตนะ ๕ เท่านั้น เป็นกาม หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กามคุณนี้ ๕ อย่าง ๕

อย่างเป็นไฉน? รูปที่เป็นวิสัยแห่งจักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพะที่

เป็นวิสัยแห่งกายวิญญาณ ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ จำเริญใจ น่ารัก

ยั่วกาม เป็นที่ตั้งแห่งความยินดี ดูกรภิกษุทั้งหลาย กามคุณ ๕ อย่าง

ฉะนี้แล ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ถ้าอย่างนั้น ก็อายตนะ ๕ เท่านั้น เป็นกาม น่ะสิ

[๑๒๑๖] ส. อายตนะ ๕ เท่านั้น เป็นกาม หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กามคุณนี้ ๕ อย่าง

๕ อย่างเป็นไฉน? รูปอันเป็นวิสัยแห่งจักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพะ

อันเป็นวิสัยแห่งกายวิญญาณ ที่น่าปรารถนา น่าใคร จำเริญใจ

น่ารัก ยั่วกาม เป็นที่ตั้งแห่งความยินดี ดูกรภิกษุทั้งหลาย กามคุณ

๕ อย่าง ฉะนี้แล อีกอย่างหนึ่ง ทั้ง ๕ อย่างนี้มิใช่กาม (แต่) ทั้ง

๕ อย่างนี้ เรียกในวินัยของพระอริยะว่า กามคุณ

ความกำหนัดด้วยอำนาจความดำริเป็นกามของบุรุษ สิ่งที่สวยงามใน

โลกไม่ใช่กาม ความกำหนัดด้วยอำนาจความดำริ เป็นกามของบุรุษ

สิ่งที่สวยงามย่อมตั้งอยู่ในโลกอย่างนี้แล แต่ว่านักปราชญ์ ย่อม

กำจัดความพอใจในสิ่งที่สวยงามนี้ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่

หรือ?