ป. หากว่า พระอรหันต์ได้ผล ๔ และไม่เสื่อมจากผล ๔ นั้น ด้วยเหตุนั้นนะ
ท่านจึงต้องกล่าวว่า พระอรหันต์ประกอบด้วยผล ๔
[๙๒๘] ป. ไม่พึงกล่าวว่า พระอนาคามีประกอบด้วยผล ๓ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระอนาคามีได้ผล ๓ แล้ว และไม่เสื่อมจากผล ๓ นั้น มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า พระอนาคามี ได้ผล ๓ และไม่เสื่อมจากผล ๓ นั้น ด้วยเหตุนั้น
นะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระอนาคามีประกอบด้วยผล ๓
[๙๒๙] ป. ไม่พึงกล่าวว่า พระสกทาคามีประกอบด้วยผล ๒ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระสกทาคามี ได้ผล ๒ แล้ว และไม่เสื่อมจากผล ๒ นั้น มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า พระสกทาคามี ได้ผล ๒ แล้ว และไม่เสื่อมจากผล ๒ นั้น
ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระสกทาคามีประกอบด้วยผล ๒
[๙๓๐] ส. พระอรหันต์ ได้ผล ๔ แล้ว และไม่เสื่อมจากผล ๔ นั้น เพราะเหตุนั้น
พระอรหันต์จึงชื่อว่า ประกอบด้วยผล ๔ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ได้มรรค ๔ แล้วไม่เสื่อมจากมรรค ๔ นั้น เพราะเหตุนั้น
พระอรหันต์จึงชื่อว่า ประกอบด้วยมรรค ๔ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๙๓๑] ส. พระอนาคามี ได้ผล ๓ แล้ว และไม่เสื่อมจากผล ๓ นั้น เพราะเหตุนั้น
พระอนาคามีจึงชื่อว่า ประกอบด้วยผล ๓ หรือ?
ป. ถูกแล้ว