สกวาที ถูกแล้ว
ป. บุคคลผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีญาณ และปฐวีกสิณเป็น
สมมติสัจจะ มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า บุคคลผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีญาณและปฐวีกสิณ
เป็นสมมติสัจจะ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ญาณในสมมติมี
สัจจะเป็นอารมณ์เท่านั้น ไม่มีธรรมอื่นเป็นอารมณ์
[๑๐๖๓] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ญาณในสมมติ มีสัจจะเป็นอารมณ์เท่านั้น ไม่มีธรรมอื่น
เป็นอารมณ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. บุคคลผู้เข้าสมาบัติมีอาโปกสิณเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีเตโชกสิณเป็นอารมณ์
ฯลฯ บุคคลผู้ให้อยู่ซึ่งคิลานปัจจยเภสัชชบริขาร มีญาณและคิลานปัจจย
เภสัชชบริขารเป็นสมมติสัจจะ มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า บุคคลผู้ให้อยู่ซึ่งคิลานปัจจัยเภสัชชบริขาร มีญาณและคิลาน
ปัจจัยเภสัชชบริขารเป็นสมมติสัจจะ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า
ญาณในสมมติมีสัจจะเป็นอารมณ์เท่านั้น ไม่มีธรรมอื่นเป็นอารมณ์
[๑๐๖๔] ส. ญาณในสมมติ มีสัจจะเป็นอารมณ์เท่านั้น ไม่มีธรรมอื่นเป็นอารมณ์
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กำหนดรู้ทุกข์ได้ ละสมุทัยได้ กระทำนิโรธให้แจ้งได้ ยังมรรคให้เกิดได้
ด้วยญาณนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สัมมติญาณกถา จบ
--------------
จิตตารัมมณกถา
[๑๐๖๕] สกวาที ความรู้ในการกำหนดรู้ใจผู้อื่น มีจิตเป็นอารมณ์เท่านั้น ไม่มีธรรม