ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๕ · หน้า ๖๒๔ · ข้อ 279
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ปุพเพนิวาสานุสติญาณ เป็นต้น. บทว่า พฺราหฺมณํ ได้แก่ พราหมณ์

ผู้ลอยบาปแล้ว. บทว่า ปญฺาเปมิ ความว่า ให้รู้ทั่ว คือแต่งตั้งให้เป็น

พราหมณ์. บทว่า นาญฺํ ลปิตลาปนมตฺเตน ความว่าเราตถาคตไม่บัญญัติ

คนอื่น คือผู้เป็นพราหมณ์เพียงโดยกำเนิดว่าเป็นพราหมณ์โดยเหตุเพียงการ- กล่าวตามที่อัฏฐกฤาษีเป็นต้นเรียกขานแล้ว.

อีกอย่างหนึ่ง บทว่า ลปิตลาปนมตฺเตน ความว่า ด้วยเหตุเพียง เล่าเรียน หรือให้เล่าเรียนมนต์ทั้งหลาย. ก็พราหมณ์ทั้งหลาย เรียกขานผู้ใด ที่มีวิชชา ๓ เพราะการเล่าเรียนหมวด ๓ แห่งพระเวท มีสามเวทเป็นต้น ว่าเป็นพราหมณ์ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงคัดค้านคำของพราหมณ์นั้น แท้จริง โดยปรมัตถ์แล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงปรารภเทศนานี้ไว้ ตามอัธยาศัย ของผู้ที่จะตรัสรู้อย่างนั้น เพื่อจะทรงแสดงว่า ก็พราหมณโภวาทีเหล่านี้ ผู้อัน อวิชชาหุ้มห่อแล้ว เรียกขาน พราหมณ์ผู้ไม่มีวิชชา ๓ เลยว่าเป็นพราหมณ์ ผู้มีวิชชา ๓ แต่ผู้มีวิชชาตามที่กล่าวมานี้ จึงจะชื่อว่าเป็นพราหมณ์.

ในอธิการนั้น พึงทราบวินิจฉัยดังนี้ เพราะผู้ที่ถึงพร้อม ด้วยวิชชา ย่อมเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยจรณะโดยแท้ เพราะเว้นจรณสมบัติเสียแล้ว จะมี วิชชาสมบัติไม่ได้ ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า มีพระประสงค์จะทรงบัญญัติ พราหมณ์ โดยหัวข้อ คือ วิชชาเท่านั้น การทำจรณสมบัติให้หยั่งลงสู่ภายใน ทรงตั้งหัวข้อเทศนาไว้ว่า ธมฺเมนาหํ ภิกฺขเว เตวิชฺชํ พฺราหฺมณํ ปญฺาเปมิ (ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราย่อมบัญญัติบุคคลผู้ได้วิชชา ๓ ว่าเป็น พราหมณ์โดยธรรม) ดังนี้ แล้วทำเป็น กเถตุกัมยตาปุจฉาว่า กถญฺจาหํ ภิกฺขเว ธมฺเมน เตวิชฺชํ พฺราหฺมณํ ปญฺาเปมิ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้