ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๔ · หน้า ๒๒๐ · ข้อ 864
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ครองวิเทหรัฐ กระหม่อมฉันจุติจากชาติเป็นกระเทย

นั้นแล้ว ได้ไปบังเกิดเป็นนางอัปสรในนันทนวัน ณ

ดาวดึงส์พิภพ มีวรรณะน่าใคร่ มีผ้าและอาภรณ์อัน

วิจิตร สวมกุณฑลแก้วมณี เป็นผู้ฉลาดในการฟ้อนรำ

ขับร้อง เป็นบาทบริจาริกาของท้าวสักกะ

ข้าแต่พระองค์ผู้ครองวิเทหรัฐ เมื่อกระหม่อมฉัน

อยู่ในดาวดึงส์พิภพนั้น ระลึกชาติแม้ในอนาคตได้อีก

๗ ชาติ ที่กระหม่อมฉันจุติจากดาวดึงส์พิภพนั้นแล้ว

จักไปเกิดต่อไป กุศลที่กระหม่อมฉันกระทำไว้ในเมือง

โกสัมพีตามมาให้ผล กระหม่อมฉันจุติจากดาวดึงส์

พิภพนั้นแล้ว ท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ ข้า

แต่พระมหาราชา กระหม่อมฉันเป็นผู้อันชนทั้งหลาย

สักการะบูชาแล้วเป็นนิตย์ตลอด ๗ ชาติ กระหม่อมฉัน

ไม่พ้นจากความเป็นหญิงตลอด ๖ ชาติ ข้าแต่พระองค์

ผู้ประเสริฐ ชาติที่ ๗ กระหม่อมฉันจักได้เกิดเป็น

เทวดาผู้ชาย เป็นเทพบุตรผู้มีฤทธิมาก เป็นผู้สูงสุด

ในหมู่เทวดา แม้วันนี้ นางอัปสรทั้งหลายก็ยังร้อย

ดอกไม้เป็นพวงมาลัยอยู่ในนันทนวัน เทพบุตรนามว่า

ชวะ สามีของกระหม่อมฉัน ยังรับพวงมาลัยอยู่ ๑๖ ปี

ในมนุษย์นี้ราวครู่หนึ่งของเทวดา ๑๐๐ ปีในมนุษย์เป็น

คนหนึ่งวันหนึ่งของเทวดาดังที่ได้กราบทูลให้ทรงทราบ

มานี้ กรรมทั้งหลายย่อมติดตามไปทุก ๆ ชาติแม้ตั้ง

อสงไขย ด้วยว่ากรรมจะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่วก็ตาม

(อันบุคคลทำแล้ว) ย่อมไม่พินาศไป.

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้