พระองค์ลักเอาผ้าซ่อนไว้บนบก ไม่มีความ
ประสงค์จะลักขโมย และไม่มีจิตคิดประทุษร้าย
เพราะกรรมนั้นข้าพระองค์จึงเป็นคนเปลือยกาย
เป็นอยู่อย่างฝืดเคือง.
พระเจ้าอัมพสักขระตรัสถามว่า :-
ผู้ใดทำบาปเล่น ๆ นักปราชญ์ทั้งหลาย
กล่าวว่า ผู้นั้นได้รับผลกรรมเช่นนี้ ส่วนผู้ใดตั้งใจ
ทำบาปจริง ๆ นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวผลกรรม
ของผู้นั้นว่าเป็นอย่างไร.
เปรตนั้นกราบทูลว่า :-
มนุษย์เหล่าใดมีความดำริชั่ว เป็นผู้เศร้า-
หมองด้วยกาย และวาจา เมื่อตายไป มนุษย์เหล่า .
นั้นย่อมเข้าถึงนรกในสัมปรายภพโดยไม่ต้อง
สงสัย ส่วนชนเหล่าอื่นปรารถนาสุคติยินดียิ่ง
ในทาน มีอัตภาพอันสงเคราะห์แล้ว เมื่อตายไป
ย่อมเข้าถึงสุคติในสัมปรายภพโดยไม่ต้องสงสัย.
เมื่อเปรตนั้น ชี้แจงจำแนกผลกรรมแต่โดยย่ออย่างนี้ พระ- ราชาไม่ทรงเชื่อ จึงตรัสถามเปรตนั้นว่า :-
เราจะพึงรู้เรื่องนั้นได้อย่างไรว่า นี้เป็นผล
แห่งกรรมดีและกรรมชั่ว หรือเราะพึงเห็น