ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๑ · หน้า ๕๕๐ · ข้อ 2444
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

เดียรัจฉานว่าเป็นบุตร ทรงถึงความประมาทแล้ว เพิ่งโจทย์ คือตรัสถาม ปัญหาในวันนี้ สิ้นกาลนานนัก.

เจ้าเวสสันดรทูลท้วงด้วยคาถาอย่างนี้แล้ว ทูลว่า ขอเดชะ พระชนก มหาราช ขึ้นชื่อว่า พระราชาควรดำรงอยู่ในธรรม ๓ ประการ เสวยราช- สมบัติโดยธรรม เมื่อจะแสดงราชธรรม จึงกล่าวคาถา ความว่า

ข้าแต่บรมกษัตริย์ ธรรมดาพระราชาควรห้าม

มุสาวาท ความโกรธและความร่าเริงก่อนทีเดียว แต่

นั้นพึงตรัสสั่งให้กระทำกิจทั้งหลาย คำที่ข้าพระพุทธเจ้า

กล่าวมานั้น นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่า เป็นกิจของ

พระราชา.

ข้าแต่พระบิดา เมื่อก่อนพระองค์ทรงรักใคร่

และเกลียดชังแล้วพึงทรงทำกรรมใด กรรมนั้นที่พระ-

องค์ทรงทำแล้ว พึงยังพระองค์ให้เดือดร้อน โดยไม่

ต้องสงสัย แต่นั้นพระองค์ไม่ควรทรงกระทำกรรม

นั้นอีก.

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงบำรุงรัฐ เมื่อกษัตริย์ประ-

มาทแล้ว โภคสมบัติทุกอย่าง ในแว่นแคว้นย่อมพินาศ

ข้อนั้นนักปราชญ์กล่าวว่าเป็นความทุกข์ของพระราชา.

ข้าแต่พระบิดา เทพธิดาชื่อ สิริ และชื่อ ลักขี

ถูกสุจิปริวารเศรษฐีถาม ได้ตอบว่า ข้าพเจ้าย่อมยินดี

ในบุรุษผู้มีความขยันหมั่นเพียร ไม่มีความริษยา.

ข้าแต่พระมหาราชเจ้า กาลกรรณีผู้ทำลายจักร

ย่อมยินดีในบุรุษผู้ริษยา ผู้มีใจชั่ว ผู้ประทุษร้ายการงาน.

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้