ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๗ · หน้า ๕๒๒ · ข้อ 379
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ที่เขาปูลาดถวายพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์. ลำดับนั้น เกณิยชฎิล อังคาสภิกษุสงฆ์มี

พระพุทธเจ้าเป็นประมุข ให้อิ่มหนำสำราญด้วยขาทนียโภชนียาหารอันประณีต ด้วยมือของตน เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสวยเสร็จ ชักพระหัตถ์จากบาตรแล้ว เกณิยชฎิลถืออาสนะต่ำแห่งหนึ่ง นั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พระผู้มี- พระภาคเจ้าทรงอนุโมทนาแก่เกณิยชฎิลด้วยพระคาถาเหล่านี้ว่า

ยัญทั้งหลายมีการบูชาไฟเป็นประมุข

ฉันท์ทั้งหลายมีสาวิตรีฉันท์เป็นประมุข พระ-

ราชาเป็นประมุขของมนุษย์ทั้งหลาย พระ-

จันทร์เป็นประมุขของดาวนักษัตรทั้งหลาย

พระอาทิตย์เป็นประมุขของความร้อนทั้ง-

หลาย พระสงฆ์แล เป็นประมุขของบุคคล

ทั้งหลายผู้มุ่งบุญ บูชาอยู่.

[๓๗๙] ครั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุโมทนาแก่เกณิยชฎิลด้วย พระคาถาเหล่านี้แล้ว เสด็จลุกจากอาสนะหลีกไป ลำดับนั้นแล ท่านพระเสละ พร้อมด้วยบริษัท หลีกออกจากหมู่อยู่ผู้เดียว ไม่ประมาท มีความเพียร มีใจ เด็ดเดี่ยว ไม่นานนักก็ทำให้แจ้งซึ่งที่สุดแห่งพรหมจรรย์อันยอดเยี่ยม ที่กุลบุตร ทั้งหลายออกบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการนั้น ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ใน ปัจจุบันเข้าถึงอยู่ รู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ก็ท่านพระเสละพร้อมด้วย บริษัท ได้เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง ๆ ในจำนวนพระอรหันต์ทั้งหลาย.

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้