ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๗ · หน้า ๙๗๒ · ข้อ 443
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

พระพุทธเจ้า. บทว่า สงฺกปฺปยนฺตาย คือด้วยการไปแห่งควานดำรินั้น.

บทว่า เตน ยุตฺโต ใจของอาตมาประกอบด้วยพระพุทธเจ้านั้น ท่านแสดงว่า พระพุทธเจ้าประทับ อยู่ ณ ที่ใด ใจประกอบแล้ว ไม่ปราศจากการประกอบ คือ มุ่งตรงต่อพระพุทธองค์ ณ ที่นั้น. บทว่า ปงฺเก สยาโน คืออาตมานอนอยู่ บนเปือกตม คือกามทั้งหลาย. บทว่า ทีปา ทีปํ อุปลฺลวึ แล่นจากที่พึ่งหนึ่ง ไปสู่ที่พึ่งหนึ่ง คือเข้าไปหาศาสดาทั้งหลายเป็นต้น. บทว่า อถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ ครั้งนั้นอาตมาได้เห็นพระพุทธเจ้า คือ อาตมานั้นได้ถือความเห็น ผิด ๆ แล้วเที่ยวไปตามลำดับ๑ ครั้งนั้นได้เห็นพระพุทธเจ้า ณ ปาสาณกเจดีย์.

เมื่อจบคาถานี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบความแก่กล้าแห่งอินทรีย์ ของพระปิงคยะและของพราหมณ์พาวรีแล้วประทับยืนอยู่ ณ กรุงสาวัตถีนั้นเอง

ทรงเปล่งพระรัศมีสีทองไป. พระปิงคิยะ นั่งพรรณนาถึงพระพุทธคุณแก่

พราหมณ์พาวรีอยู่นั่นแหละ ได้เห็นพระรัศมีแล้วคิดว่า นี้อะไร เหลียวแลไป ได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าดุจประทับอยู่ข้างหน้าตน จึงบอกพาวรีพราหมณ์ว่า

พระพุทธเจ้าเสด็จมาแล้ว. พราหมณ์ลุกจากที่นั่ง ยืนประคองอัญชลี. แม้

พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแผ่พระรัศมีแล้ว จึงทรงแสดงตนแก่พราหมณ์ ทรงทราบธรรมเป็นที่สบายของคนทั้งสอง เมื่อจะตรัสเรียกพระปิงคิยะเท่านั้น จึงได้ตรัสพระคาถานี้ว่า ยถา อหุ วกฺกลิ ดังนี้เป็นต้น.

บทนั้นมีความดังนี้ พระวักกลิ พระภัทราวุธแห่งมาณพ ๑๖ และ พระอาฬวิโคดม เป็นผู้น้อมใจไปด้วยศรัทธาเเล้ว ได้บรรลุพระอรหัตด้วย ศรัทธาทุกรูปฉันใด แม้ท่านก็จงปล่อยศรัทธานั้นฉันนั้น แต่นั้นเมื่อท่านน้อม

๑. ม. อนฺวาหิณฺฑนฺโต.

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้