ชาติโคตรและลักษณะของเราว่าเกิดมานานเท่าไร. บทว่า มนฺเต สิสฺเส จ
ได้แก่ เวทที่เราบอกและศิษย์ของเรา. บทว่า มนสาเยว ปุจฺฉถ คือท่าน ทั้งหลายจงถามปัญหา ๗ ข้อเหล่านี้ด้วยใจ. บทว่า ติสฺสเมตฺเตยฺโย เป็นคน
เดียวกันโดยกล่าวทั้งชื่อและโคตร. บทว่า ทุภโย คือ สองคน. บทว่า ปจฺเจก-
คณิโน คือเป็นเจ้าคณะคนละคณะ. บทว่า ปุพฺพวาสนวาสิตา อันวาสนา ในก่อนอบรมแล้ว คือ มีใจอันบุญวาสนา คือคตปัจจาควัตรที่เคยบวชในศาสนา ของพระผู้มีพระภาคเจ้า พระนามว่า กัสสปะ อบรมแล้ว. บทว่า ปุรํ มา- หิสฺสตึ คือ เมืองมาหิสสตี. อธิบายว่า เข้าไปยังเมืองนั้น. ในบททั้งปวงก็
อย่างนั้น. บทว่า โคนทฺธํ เป็นชื่อของเมืองโคนัทธะ. บทว่า วนสวฺหยํ
คือชื่อว่า วนนคร ท่านเรียกว่า ปวนนคร. อาจารย์บางคนกล่าวว่า วนสาวัตถี มีเรื่องเล่าว่า บริษัทของชฎิล ๑๖ คนเหล่านั้น ออกจากวนสาวัตถีถึงเมือง โกสัมพี จากเมืองโกสัมพีถึงเมืองสาเกตตามลำดับมีประมาณ ๖ โยชน์.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงดำริว่า พวกชฎิลของพราหมณ์พาวรี พามหาชนมามาก อินทรีย์ของชฎิลเหล่านั้นยังไม่ถึงความแก่กล้าก่อน ทั้งถิ่นนี้ ก็ยังไม่เป็นที่สบาย ปาสาณกเจดีย์ในเขตมคธเป็นที่สบายของชฎิลเหล่านั้น ก็เมื่อ เราแสดงธรรมในที่นั้น มหาชนก็จักบรรลุธรรม พวกชฎิลเข้าไปยังนครทั้งปวง แล้วพากันมา จักมาพร้อมด้วยชนมากขึ้นไปอีก จึงทรงแวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์
เสด็จจากกรุงสาวัตถีบ่ายพระพักตร์ไปยังกรุงราชคฤห์. พวกชฎิลเหล่านั้นก็มา
กรุงสาวัตถี เข้าไปสู่วิหารตรวจตราดูว่า ใครเป็นพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้า อยู่ไหน พากันเข้าไปถึงพระคันธกุฎีที่อาศัย เห็นรอยพระบาทของพระผู้มี- พระภาคเจ้า ก็ปลงใจว่า เป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้าแน่แล้ว เพราะ