เพราะมีส่วนอันเป็นที่สุดของมารยาทนั้น อธิบายว่า นำกิเสสนั้นออกเสียได้ อาจารย์พวกหนึ่งกล่าวว่า บทว่า สีมนฺตา คือ เสกขบุคคลและปุถุชนที่เป็น พุทธเวไนย นำกิเลสเหล่านั้นออกเสียได้ดังนี้บ้าง. บทว่า ชาติมรณโกวิทํ ผู้ฉลาดในชาติและมรณะ คือ ฉลาดในชาติและมรณะนี้ว่า ชาติเป็นอย่างนี้
มรณะเป็นอย่างนี้. บทว่า โมเนยฺยสมฺปนฺนํ ได้แก่ สมบูรณ์ด้วยปัญญา
หรือสมบูรณ์ด้วยความฉลาดทางกายเป็นต้น. บทว่า ภกุฏึ วินยิตฺวาน พึง
กำจัดความสยิ้วหน้า คนปัญญาทรามบางคน เห็นยาจกแล้วทำหน้าสยิ้ว พึง กำจัดความสยิ้วหน้านั้นเสีย อธิบายว่า เป็นผู้มีหน้าผ่องใส. บทว่า ปญฺชลิกา
คือเป็นผู้ประคองอัญชลี. ลำดับนั้นพราหมณ์ เมื่อจะสรรเสริญพระผู้มี-
พระภาคเจ้า จึงทูลว่า พุทฺโธ ภวํ พระองค์เป็นพระพุทธเจ้า ดังนี้เป็นต้น.
ในบทเหล่านั้น บทว่า อายาโค คือ ผู้ควรบูชา. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า อายาโค เพราะมาจากที่นั้น ๆ แล้วควรบูชาบ้าง. ท่านอธิบายว่า เป็นผู้สมควร
รับไทยธรรมทั้งหลาย. บทที่เหลือในสูตรนี้ บทใดที่มิได้พรรณนาไว้ในคาถา
ต้นบทนั้น แม้ไม่พรรณนาไว้ก็สามารถจะรู้ได้ เพราะมีความง่ายอยู่แล้ว ฉะนั้น จึงไม่พรรณนา ส่วนบทต่อจากนี้มีนัยดังได้กล่าวแล้วในกสิภารทวาชสูตร นั่นแล.
จบอรรถกถาปูรฬาสสูตร ที่ ๔ แห่งอรรถกถาขุททกนิกาย
ชื่อปรมัตถโชติกา