นี้แลซึ่งภิกษุทั้งหลายประพฤติพรหมจรรย์ในเรา เหตุจะกระทำให้แจ้ง ที่ ยิ่งกว่าและประณีตกว่า.
[๒๕๓] อีกข้อหนึ่ง ภิกษุทำให้แจ้ง เพราะรู้ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง เข้าถึงเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะความสิ้นไปแห่ง อาสวะทั้งหลาย อยู่ในทิฏฐธรรม (ปัจจุบัน) เทียว แม้ธรรมนี้แลซึ่งภิกษุ ทั้งหลายประพฤติพรหมจรรย์ในเรา เหตุจะกระทำให้แจ้ง ที่ยิ่งกว่าและ
ประณีตกว่า. มหาลิ ธรรมเหล่านี้แลซึ่งภิกษุทั้งหลายประพฤติพรหมจรรย์
ในเราเหตุจะกระทำให้แจ้ง ที่ยิ่งกว่าและประณีตกว่า.
[๒๕๔] โอฏฐัทธลิจฉวี ทูลถามว่า ทางดำเนินเพื่อทำให้
แจ้งซึ่งธรรมเหล่านั้นมีอยู่หรือพระเจ้าข้า. ตรัสตอบว่า มีอยู่ มหาลิ.
ทางดำเนินเพื่อทำให้แจ้งซึ่งธรรมเหล่านั้น เป็นไฉนเล่า พระเจ้าข้า. มรรคมีองค์ ๘ อันเป็นของพระอริยเจ้านี้แล คือ ความเห็นชอบ ความ- ดำริชอบ วาจาชอบ การงานชอบ อาชีพชอบ เพียรชอบ ระลึกชอบ ตั้งใจชอบ นี้แลเป็นทางดำเนิน เพื่อทำให้แจ้ง ซึ่งธรรมเหล่านั้น.
[๒๕๕] มหาลิ สมัยหนึ่ง เราอยู่ในโฆสิตารามใกล้นครโกสัมพี ครั้งนั้น ๒ บรรพชิต คือมัณฑิยปริพพาชก ๑ ชาลิยะ ศิษย์ทารุปัตติกะ ๑ ได้ เข้าไปหาเรา เจรจาปราศรัยกับเราแล้ว ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง จึง ได้กล่าวกะเราอย่างนี้ว่า ท่านโคดม ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้นหรือหนอ หรือชีพอันอื่น สรีระอันอื่น. เราได้กล่าวว่า แน่ะท่าน ถ้าอย่างนั้นจงฟัง จงกระทำในใจให้ดี เราจักกล่าว. พระตถาคตอุบัติขึ้นในโลกนี้ เป็นพระ อรหันต์ ตรัสรู้ชอบเองแล้ว ฯลฯ. (นักปราชญ์พึงให้เนื้อความพิสดารเหมือน