ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๒ · หน้า ๙๙ · ข้อ 250 251 252
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

มหาลิ นี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้สุนักขัตตลิจฉวีบุตร ไม่ได้ฟัง เสียงอันเป็นทิพย์ น่ารัก ยั่วยวน ควรยินดี ซึ่งมีอยู่จริง ไม่ใช่ไม่มี.

[๒๕๐] โอฏฐัทธลิจฉวี กราบทูลว่า พระเจ้าข้า ภิกษุทั้งหลาย ย่อมประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเจ้า เหตุจะทำให้แจ้ง ซึ่ง

สมาธิภาวนาเหล่านี้เป็นแน่. ตรัสตอบว่า มหาลิ ภิกษุทั้งหลายจะประพฤติ

พรหมจรรย์ในเรา เหตุจะกระทำให้แจ้งซึ่งสมาธิภาวนาเหล่านี้ หามิได้เลย ธรรมเหล่าอื่น ซึ่งภิกษุทั้งหลายประพฤติพรหมจรรย์ในเรา เหตุจะกระ- ทำให้แจ้งที่ยิ่งกว่าและประณีตกว่า ยังมีอยู่อีก. โอฏฐัทธลัจฉวี ทูลถามว่า พระเจ้าข้า ก็ธรรมเหล่าไหนซึ่งภิกษุทั้งหลายประพฤติพรหมจรรย์ใน พระผู้มีพระภาคเจ้า เหตุจะกระทำให้แจ้ง ที่ยิ่งกว่าและประณีตกว่า. ตรัส ตอบว่า มหาลิ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นโสดาบันมีความไม่ตกต่ำเป็น ธรรมดา เป็นผู้แน่นอนแล้ว มีความตรัสรู้เป็นที่ไปในเบื้องหน้า เพราะ ความสิ้นไปรอบแห่งสังโยชน์ ๓ ธรรมนี้แล้ว ซึ่งภิกษุทั้งหลายประพฤติ พรหมจรรย์ในเรา เหตุจะกระทำให้แจ้ง ที่ยิ่งกว่าและประณีตกว่า.

[๒๕๑] อีกข้อหนึ่ง ภิกษุเป็นพระสกทาคามี จะมาสู่โลกนี้ครั้ง เดียวเท่านั้นแล้วกระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ เพราะความสิ้นไปรอบแห่งสัง- โยชน์ ๓ เพราะความเบาบางแห่งราคะโทสะและโมหะ ธรรมนี้แลซึ่งภิกษุ ทั้งหลายประพฤติพรหมจรรย์ในเรา เหตุจะกระทำให้แจ้ง ที่ยิ่งกว่าและ ประณีตกว่า.

[๒๕๒] อีกข้อหนึ่ง ภิกษุเป็นผู้มีอันจะบังเกิดในอุปปาติกกำเนิด๑ จะปรินิพพานในอุปปาติกกำเนิดนั้น มีอันไม่กลับมาจากโลกนั้นเป็นธรรมดา (พระอนาคามี) เพราะความสิ้นไปรอบแห่งสังโยชน์ส่วนเบื้องต่ำ ๕ ธรรม (๑) อุปปาติกกำเนิด ในที่นี้หมายเอาสุทธาวาส ๕.