เพราะฉะนั้นเขาจึงบรรเทาความวิปฏิสาร แม้ในตัวปฏิคาหก ที่ควรจะตัด ให้ขาดด้วยอาการ ๑๐ อย่าง. บทว่า เตสํเยว เตน ท่านแสดงว่า ผลอัน ไม่พึงปรารถนา เพราะบาปนั้นจักมีแก่เขาเหล่านั้นเท่านั้น จักไม่มีแก่คนอื่น. บทว่า ยชตํ ภวํ แปลว่า ขอพระองค์จงพระราชทานเถิด. บทว่า สชฺชตํ แปลว่า ขอจงทรงเสียสละเถิด. บทว่า อนฺตรํ แปลว่า ในภายใน.
ในบทนี้ว่า แสดงให้จิตเห็นจริงด้วยอาการ ๑๖ พราหมณ์ปรารภ
การอนุโมทนามหาทานของพระราชา. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า แสดง
ให้เห็นจริง คือ กล่าวแสดงแล้วแสดงอีกว่า ผู้ให้ทานนี้ จักได้สมบัติเห็น ปานฉะนี้ ดังนี้. บทว่า ให้ยึดถือมั่น คือ กล่าวให้ยึดถือใจความนั้นโดย
ชอบ. บทว่า ให้อาจหาญ ทำให้จิตใจของพระราชานั้นผ่องใส ด้วย
การบรรเทาความวิปฏิสาร. บทว่า ให้ร่าเริง คือกล่าวสรรเสริญว่า ข้าแต่
มหาราช พระองค์เมื่อถวายทานอยู่ทรงกระทำดีแล้ว ดังนี้. บทว่า ผู้กล่าว โดยธรรมไม่มี คือ ผู้กล่าวโดยธรรม คือโดยชอบ ได้แก่โดยเหตุไม่มี.
บทว่า ไม่ตัดต้นไม้เพื่อต้องการทำหลักยัญ ไม่ตัดหญ้าแพรกเพื่อ ต้องการเบียดเบียนผู้อื่น พราหมณ์แสดงว่า ชนเหล่าใดให้ตั้งเสาใหญ่ที่มี ชื่อว่า เสายัญ แล้วเขียนชื่อว่า พระราชาโน้น อำมาตย์โน้น พราหมณ์ โน้น ย่อมบูชามหายัญเห็นปานนี้ ดังนี้แล้ว ตั้งไว้ และเกี่ยวหญ้าแพรก แวดวงศาลายัญโดยสังเขปว่า เป็นละเมาะป่าหรือลาดบนพื้นดิน ชนแม้ เหล่านั้นมิได้ตัดต้นไม้ มิได้เกี่ยวหญ้าแพรก ก็พวกเขาจักฆ่าวัวหรือสัตว์มี แพะเป็นต้น ทำไมกัน ดังนี้.
บทว่า ทาส คือ ทาสมีทาสที่เกิดภายในเรือนเป็นต้น. ชนเหล่า ใด ถือเอาทรัพย์ก่อนแล้วจึงทำการงานให้ ชนเท่านั้นชื่อว่า คนรับใช้.