ทานที่เป็นไปด้วยการจัดแจงของผู้ที่เกิดไม่ดีแล้ว อย่างนี้ จักเป็นไปนาน สักเท่าไร ดังนี้ จะไม่เข้าไปหาเลย แต่จะเข้าไปหาเพราะไม่มีสิ่งที่จะพึง ติเตียนเท่านั้น เพราะเหตุนั้น องค์แม้เหล่านี้ ท่านจึงกล่าวว่า เป็นบริขาร.
บทว่า แสดงยัญวิธี ๓ ประการ คือ แสดงการตั้งมั่น ๓ อย่าง. ได้ยินว่า เขาคิดว่า ธรรมดาผู้ให้ทานอยู่ย่อมหวั่นไหวในฐานะใดฐานะหนึ่ง บรรดาฐานะทั้ง ๓ นั้น เอาเถอะ เราจะกระทำพระราชานี้มิให้ทรงหวั่นไหว ในฐานะเหล่านี้ ก่อนอื่นใดทีเดียว ดังนี้แล้ว จึงแสดงยัญวิธี ๓ อย่างแก่
พระราชานั้น. คำนี้ว่า โส โภโต รญฺโ เป็นฉัฏฐีวิภัติลงในอรรถตติยา-
วิภัติ.อีกนัยหนึ่ง บาลีว่า โภตา รญฺา ดังนี้ ก็มี. บทว่า ไม่ควรทำความ วิปฏิสาร ท่านแสดงว่า ไม่ควรทำความเดือดร้อนในภายหลังอันมีความสิ้น เปลืองไปแห่งโภคสมบัติเป็นเหตุ แต่บุรพเจตนาควรให้ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว
เพราะทานนั้นย่อมมีผลมากด้วยประการฉะนี้. ในฐานะ ๒ อย่างแม้นอกนี้
ก็มีนัยเช่นนี้เหมือนกัน. ก็เจตนาที่กำลังบริจาคก็ดี เจตนาที่ตามระลึกถึงใน
ภายหลังก็ดี ควรกระทำมิให้หวั่นไหว เมื่อไม่กระทำเช่นนั้น ทานย่อมไม่ มีผลมาก ทั้งจิตก็จะไม่น้อมไปในโภคสมบัติอันยิ่งใหญ่ เหมือนทานของ เศรษฐีคฤหบดี ผู้ไปเกิดในมหาโรรุวนรก ฉะนั้น.
บทว่า ด้วยอาการ ๑๐ คือ ด้วยเหตุ ๑๐. ได้ยินว่า พราหมณ์ปุโรหิต นั้นได้มีความคิดอย่างนี้ว่า ถ้าพระราชานี้ทรงเห็นผู้ทุศีลแล้วคิดว่า ทาน ของเราจักฉิบหายแน่ คนทุศีลเห็นปานนี้ บริโภคทานของเรา ดังนี้ แม้ ในคนผู้มีศีล ก็จักให้เกิดความวิปฏิสารได้ ทานก็จักไม่มีผลมาก ก็ธรรมดา ความวิปฏิสาร ย่อมเกิดขึ้นแก่พวกทายก เพราะปฏิคาหกโดยแท้ เอาเถอะ เราจะบรรเทาความวิปฏิสารนั้นของพระองค์ เป็นอันดับแรกทีเดียว ดังนี้