บุญแห่งทักษิณา อันประกอบพร้อมด้วยองค์ ๖ เหมือนน้ำในมหาสมุทร ใครจะกะประมาณมิได้ ฉะนั้น ทานนี้ก็เป็นเช่นนั้น เพราะฉะนั้น ทานนั้น พึงทราบว่า มีผลมากกว่า และมีอานิสงส์มากกว่า.
พราหมณ์ได้ฟังคำนี้แล้วคิดว่า เมื่อบุคคลลุกขึ้นแล้วลุกขึ้นเล่า ถวายนิจยภัตรแม้นี้ทุกวัน ๆ การงานของบางคนก็จะเสีย จะต้องปลูกฝัง ความอุตสาหะใหม่ ๆ ขึ้นเรื่อย ยัญอย่างอื่นแม้จากนี้ ที่มีการใช้ทรัพย์สิน น้อยกว่าและมีการตระเตรียมน้อยกว่า มีอยู่หรือไม่หนอ เพราะฉะนั้น เขาจึงกราบทูลคำนี้ว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ก็....มีอยู่หรือไม่หนอ ดังนี้. ในทานเหล่านั้น ในสลากภัตรไม่มีที่สิ้นสุดแห่งกิจที่จะพึงทำ บางคนจะต้อง ลุกขึ้นแล้วลุกขึ้นเล่าไม่ต้องทำงานอย่างอื่น จัดแจงแต่สลากภัตรเท่านั้น. ส่วนในวิหารทาน มีที่สิ้นสุดแห่งกิจที่จะพึงทำ จริงอยู่ การสร้างบรรณ- ศาลาหรือการสละทรัพย์สักโกฏิหนึ่งสร้างมหาวิหาร เขาทำการบริจาคทรัพย์ ครั้งเดียวสร้างขึ้นไว้ ก็จะคงยืนไปได้ ๗-๘ ปีบ้าง ๑๐๐ ปีบ้าง ๑,๐๐๐ ปีบ้าง ทีเดียว จะต้องกระทำบ้างก็เพียงปฏิสังขรณ์ในที่ที่ทรุดโทรม และชำรุด อย่างเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้น วิหารทานนี้จึงใช้ทรัพย์สินน้อยกว่า มีการ
ตระเตรียมน้อยกว่าสลากภัตรทาน. ก็ในวิหารทานนี้ ท่านกล่าวอานิสงส์
ไว้ ๙ ประการมีว่า เพียงเพื่อกำจัดความหนาว เป็นต้น โดยปริยายแห่งพระ- สูตร แต่โดยปริยายแห่งขันธกะ ท่านกล่าวอานิสงส์ไว้ถึง ๑๗ ประการ ว่า
การถวายวิหารแก่พระสงฆ์ ย่อมกำจัดเสียได้ซึ่ง
ความหนาวความร้อน ต่อนั้นก็สัตว์ร้าย งู ยุง ทั้งน้ำค้าง
ฝน ต่อนั้นก็ กำจัดเสียได้ซึ่ง ลม และแดด อันกล้า ซึ่งเกิด