ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๒ · หน้า ๒๓๗ · ข้อ 350
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บทว่า เราไม่แสดงธรรมอย่างนี้ มีอธิบายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรง บัญญัติสิกขาบทไว้ในเรื่องราชคหเศรษฐี เพราะฉะนั้น จึงตรัสคำเป็นต้นว่า

เราไม่แสดงธรรมอย่างนี้. บทว่า เราไม่กำจัด อธิบายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า

ตรัสว่า เราจะไม่ทำลายโดยให้คุณธรรมพินาศไป คือ ให้ถึงการทำลายศีล แล้ว ลดลงจากฐานะสูง ตั้งอยู่ในฐานะต่ำโดยลำดับ โดยที่แท้เราหวังความเจริญ ของพระพุทธศาสนา จึงกล่าวดังนั้น. บทว่า แม้ครั้งที่ ๓ แล อธิบายว่า ไม่มี ผู้สามารถจะกล่าวห้ามพระดำรัสของพระพุทธเจ้าถึง ๓ ครั้ง แต่เกวัฏฏะกราบ ทูลถึง ๓ ครั้ง ด้วยคิดว่า เราคุ้นเคยกับพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นคนโปรด หวังต่อประโยชน์ ดังนี้. ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงดำริว่า อุบาสกนี้แม้ เมื่อเราห้าม ก็ยังขอร้องอยู่บ่อย ๆ ช่างเถิด เราจะชี้โทษในการแสดงปาฏิหาริย์ แก่เธอ จึงตรัสคำเป็นต้นว่า ปาฏิหาริย์ ๓. อย่างแล.

ในบทเหล่านั้น บทว่า อมาหํ ภิกฺขุํ ตัดบทเป็น อมุํ อหํ ภิกฺขุํ บทว่า วิชาชื่อคันธารี อธิบายว่า วิชานี้ ฤษีชื่อคันธาระเป็นผู้ทำ หรือเป็นวิชา

ที่เกิดขึ้นในแคว้นคันธาระ. มีเรื่องเล่ากันมาว่า ในแคว้นคันธาระนั้น พวก

ฤษีอาศัยอยู่มาก บรรดาฤษีเหล่านั้น ฤษีผู้หนึ่งทำวิชานี้ขึ้น. บทว่า เราอึดอัด อธิบายว่า เราอยู่อย่างอึดอัดคือราวกะว่าถูกบีบ. บทว่า เราระอา คือละอาย. บทว่า เรารังเกียจ คือ เราเกิดความรังเกียจเหมือนเห็นคูถ.

บทว่า แห่งสัตว์อื่น คือแห่งสัตว์ทั้งหลายเหล่าอื่น. บทที่ ๒ คือ แห่งบุคคลอื่น เป็นไวพจน์ของบทนั้นนั่นแล. บทว่า ย่อมทาย คือ ย่อมกล่าว. บทว่า ความรู้สึกในใจ หมายถึง โสมนัสและโทมนัส. บทว่า ใจของท่านเป็น ไปโดยอาการอย่างนี้ อธิบายว่า ใจของท่านตั้งอยู่ในโสมนัส โทมนัส หรือ

ประกอบด้วยกามวิตกเป็นต้น. บทที่ ๒ เป็นไวพจน์ของบทนั้นแล. บทว่า จิต

ของท่านเป็นอย่างนี้ คือจิตของท่านเป็นเช่นนี้. อธิบายว่า จิตของท่านคิดถึง