ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๒ · หน้า ๙๐ · ข้อ 238
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ฌานเป็นต้น ของผู้ที่ดำรงอยู่ในความบริบูรณ์ด้วยศีล ๓ ประการ เป็น ของใช้ทรัพย์สินน้อยกว่า และมีผลมากกว่า แก่พราหมณ์นั้น ทรงเริ่ม พระธรรมเทศนา จำเดิมแต่การอุบัติขึ้นของพระพุทธเจ้า จึงตรัสพระดำรัส ว่า พราหมณ์... ในโลกนี้ ดังนี้เป็นต้น. ในข้อนั้น บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วย คุณตามที่กล่าวมาแล้วตอนต้น ดำรงอยู่ในปฐมฌานเป็นต้นแล้ว ทำทุติย- ฌานเป็นต้นให้เกิดอยู่ ย่อมไม่ลำบาก เพราะฉะนั้น ฌานเหล่านั้นจึงมีการ ใช้ทรัพย์สินน้อย มีการตระเตรียมน้อย. ก็ในฌานเหล่านี้ ปฐมฌานย่อม ให้อายุในพรหมโลก ๑ กัป ทุติยฌาน ๘ กัป ตติยฌาน ๖๔ กัป จตุตถฌาน ๕๐๐ กัป จตุตถฌานนั้นนั่นและอันบุคคลเจริญแล้วด้วยอำนาจ แห่งสมาบัติ มีอากาสานัญจายตนะเป็นต้น ย่อมให้อายุตลอด ๒๐,๐๐๐ กัป ๕๐,๐๐๐ กัป และ ๘๔,๐๐๐ กัป เพราะฉะนั้น. ฌานจึงมีผลมากกว่า

และมีอานิสงส์มากกว่า. ก็ฌานนั้น พึงทราบว่าเป็นยัญ เพราะสละเสียได้

ซึ่งธรรมอันเป็นข้าศึกมีนิวรณ์เป็นต้น.

แม้วิปัสสนาญาณ เพราะบุคคลตั้งอยู่แล้วในคุณทั้งหลาย มีจตุตถฌาน เป็นปริโยสาน ให้เกิดขึ้นอยู่ ก็ไม่ลำบาก เพราะฉะนั้น จึงมีการใช้ทรัพย์ สินน้อย มีการตระเตรียมน้อย ก็วิปัสสนาญาณนี้มีผลมาก เพราะไม่มี สุขใดที่เสมอเหมือน ด้วยสุขอันเกิดจากวิปัสสนา ท่านเรียกว่ายัญ เพราะ ละเสียได้ซึ่งกิเลสอันเป็นข้าศึก.

แม้มีโนมยิทธิ บุคคลตั้งอยู่แล้วในวิปัสสนาญาณให้เกิดขึ้นอยู่ ก็ไม่ ลำบาก เพราะฉะนั้น มโนมยิทธิจึงมีการใช้ทรัพย์สินน้อย มีการตระเตรียม น้อย ชื่อว่ามีผลมาก เพราะสามารถเนรมิตรูปเช่นกับรูปของต้นไม้ ชื่อว่า ยัญ เพราะละเสียได้ซึ่งกิเลสอันเป็นข้าศึกของตน. แม้ญาณมีอิทธิวิธญาณ