ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๒ · หน้า ๑๐๕ · ข้อ 255
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ไม่ค่อยจะเคลื่อนไหวได้ ด้วยเหตุนั้น สามเณรนี้จึงได้กระทำวัตรถวายพระผู้มี พระภาคเจ้าทุกเวลา เพราะเหตุนั้น พระเถระ จึงกล่าวกะสามเณรนั้นว่า แม้ เธอเป็นผู้โปรดปรานของพระทศพล จึงกล่าวว่า เธอนั้นแหละไปกราบทูลให้ ทรงทราบ ดังนี้.

บทว่า วิหารปจฺฉายายํ ความว่า ใต้ร่มเงาพระวิหาร อธิบายว่า

ในโอกาสแห่งเงากูฏาคารหลังใหญ่แผ่ไปถึง. ได้ยินว่า กูฏาคารศาลา

นั้นยาวไปทางทิศใต้และทิศเหนือ มีมุขทางทิศตะวันออก. ด้วยเหตุนั้นเงา

ใหญ่จึงแผ่ไปข้างหน้าแห่งกูฏาคารศาลานั้น. แม้สีหสามเณรได้ปูอาสนะ

ถวายพระผู้มีพระภาคเจ้าที่ร่มเงาหน้าพระวิหารนั้น. ลำดับนั้นแลพระผู้มี-

พระภาคเจ้าทรงมีพระพุทธรังสี ๖ ประการ เปล่งรัศมีออกจากช่องประตู และ ช่องหน้าต่าง เสด็จออกจากกูฏาคารศาลา เหมือนพระจันทร์เพ็ญออกจาก กลีบเมฆ ฉะนั้น ประทับนั่งบนวรพุทธอาสน์ที่ปูไว้แล้ว. ด้วยเหตุนั้น ท่าน จึงกล่าวว่า ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จออกจากพระวิหาร ประทับนั่งบนอาสนะที่ปูไว้แล้ว ใต้ร่มเงาพระวิหาร.

ในบทว่า ปุริมานิ ภนฺเต ทิวสานิ ปุริมตรานิ นี้ ความว่า วันวาน ชื่อว่า วันก่อน วันอื่น ต่อจากวันนั้น ชื่อว่า วานซืน ก็ตั้งแต่วันนั้นทั้ง

หมดจัดเป็นวันก่อนๆ. บทว่า ยทคฺเค ความว่า ข้าพเจ้าอยู่ชั่วเวลาตั้งแต่

วันแรก. ท่านกล่าวว่า ข้าพเจ้าอยู่ชั่วคราว. บัดนี้ สุนักขัตตลิจฉวีบุตร

เมื่อจะแสดงประมาณแห่งวันนั้น จึงกล่าวว่า ไม่นาน เพียง ๓ ปี. อีก

ประการหนึ่ง. บทว่า ยทคฺเค ความว่า ข้าพเจ้าอยู่ชั่วคราวไม่นาน. เพียง

๓ ปี. ท่านกล่าวว่า ข้าพเจ้าอยู่ชั่วคราวไม่นาน เพียง ๓ ปีเท่านั้น. ได้ ยินว่า สุนักขัตตลิจฉวีบุตร นี้ รับบาตรและจีวรของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปรนนิบัติพระผู้มีพระภาคเจ้าตลอด ๓ ปี. สุนักขัตตลิจฉวีหมายถึง ๓ ปี