ทั้งหลายใคร่จะเฝ้าท่านพระโคดมนั้นจริง ๆ ท่านพระนาคิตะกล่าวว่า ยังไม่ เป็นกาลอันควรเพื่อจะเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหลีก-
เร้นอยู่. จึงพราหมณทูตเหล่านั้นได้นั่งอยู่ส่วนข้างหนึ่งใกล้กูฏาคารสาลานั้น
ด้วยคิดว่า เราได้เฝ้าท่านพระโคดมนั้นแล้วจึงจักไป.
[๒๔๑] แม้เจ้าลิจฉวี นามว่า โอฏฐัทธะ พร้อมด้วยลิจฉวีบริวาร อันใหญ่เข้าไปหาท่านพระนาคิตะ ณ กูฏาคารสาลาในป่ามหาวัน กราบท่าน
พระนาคิตะแล้วยืนอยู่ส่วนข้างหนึ่ง. กล่าวกะท่านพระนาคิตะอย่างนี้ว่า ท่าน
พระนาคิตะเจ้าข้า บัดนี้พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ประทับ อยู่ ณ ที่ไหน ข้าพเจ้าทั้งหลายใคร่จะเฝ้าพระองค์จริง ๆ. ท่านพระนาคิตะ กล่าวว่า ยังไม่เป็นกาลอันควรเพื่อจะเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาค
เจ้าทรงหลีกเร้นอยู่. แม้โอฏฐัทธลัจฉวีก็ได้นั่งอยู่ส่วนข้างหนึ่งใกล้กูฏาคาร
สาลานั้นเหมือนกัน ด้วยคิดว่า เราได้เฝ้าพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัม- พุทธเจ้านั้นแล้วจึงจักไป.
[๒๔๒] ลำดับนั้น สามเณรสีหะ เข้าไปหา ท่านพระนาคิตะ กราบ แล้ว ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ได้กล่าวกะท่านพระนาคิตะอย่าง นี้ว่า ท่านกัสสปะเจ้าข้า พราหมณทูตชาวโกศล และพราหมณทูตชาวมคธ เป็นอันมากเหล่านี้ ได้เข้ามาในที่นี้เพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า แม้เจ้าลิจฉวี นามว่า โอฏฐัทธะ พร้อมด้วยลิจฉวีบริวารอันใหญ่ได้เข้ามาในที่นี้เพื่อเฝ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า ท่านเจ้าข้า จะเป็นการดี ขอหมู่ชนนี้จงได้เฝ้าพระหมู่