พรหมัญคุณทำได้ยาก ดังนี้เลย.. ก็คหบดีหรือบุตรคหบดี โดยที่สุดแม้นาง กุมภทาสี จักอาจทำสามัญคุณ และพรหมัญคุณนี้ได้ด้วยการกล่าวว่า เอา เถอะเราจะทรงผ้าป่านบ้าง ผ้าแกมกันบ้าง ฯลฯ ประกอบความขวนขวายใน
การลงอาบน้ำวันละสามครั้งอยู่บ้าง. ดูก่อนกัสสปะ ก็เพราะสามัญคุณหรือ
พรหมัญคุณ เป็นกิจที่กระทำได้ยาก กระทำได้แสนยาก เพราะต้องเว้นการ ปฏิบัติมีประมาณน้อยนี้ และเพราะต้องเว้นการบำเพ็ญตบะนี้ เพราะฉะนั้น การที่กล่าวว่า สามัญคุณทำได้ยาก พรหมัญคุณทำได้ยาก ดังนี้ สมควร
แล้ว. ดูก่อนกัสสปะ ต่อเมื่อภิกษุเจริญเมตตาจิตอันไม่มีเวร ไม่มีความเบียด-
เบียน และทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้เพราะ อาสวะสิ้นไปด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองไปปัจจุบัน เข้าถึงอยู่. ดูก่อนกัสสปะ ภิกษุนี้เราเรียกว่า สมณะบ้าง พราหมณ์บ้าง.
[๒๖๙] ครั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว อเจลกัสสปะได้ทูล ว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ สมณะรู้ได้ยาก พราหมณ์รู้ได้ยาก. พระผู้มีพระภาค- เจ้าตรัสว่า ดูก่อนกัสสปะ คำกล่าวที่ว่า สมณะรู้ได้ยาก พราหมณ์รู้ได้ยาก นั่น
เป็นปกติในโลกแล. ดูก่อนกัสสปะ แม้ถ้าเขาเป็นคนเปลือย ทอดทิ้งมรรยาท เลีย
มือ ฯลฯ ประกอบความขวนขวายในการบริโภคภัตที่เวียนมาตั้งกึ่งเดือนเห็นปาน นี้อยู่ ดูก่อนกัสสปะ สมณะหรือพราหมณ์จักรู้ได้ยาก รู้ได้แสนยาก ด้วยการ ปฏิบัติมีประมาณน้อยนี้ และด้วยการบำเพ็ญตบะนี้แล้ว ไม่น่าจะต้องกล่าวว่า สมณะรู้ได้ยาก พราหมณ์รู้ได้ยาก ดังนี้เลย. ก็คหบดีหรือบุตรคหบดีโดยที่ สุดแม้นางกุมภทาสี จักอาจ สามัญคุณ และพรหมัญคุณนี้ได้ว่า สมณะหรือ พราหมณ์แม้นี้ เป็นคนเปลือย ทอดทิ้งมรรยาท เลียมือ ฯลฯ ประกอบความ ขวนขวายในการบริโภคภัตที่เวียนมาตั้งกึ่งเดือน เช่นนี้บ้าง. ดูก่อนกัสสปะ ก็