ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๒ · หน้า ๑๔๙ · ข้อ 274
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

พึงทราบว่า เป็นปรมวิมุตติ. ก็ในบทนี้ว่า ยทิทํ อธิวิมุตฺติ มีอรรถว่า อธิวิมุตตินี้ใด เราผู้เดียว เป็นผู้ยิ่งในอธิวิมุตตินั้น.

บทว่า สุญฺาคาเร อธิบายว่า นั่งคนเดียวในเรือนว่างเปล่า. บทว่า ปริสาสุ จ ความว่า ในบริษัท ๘. สมจริงดังพระพุทธดำรัสที่ตรัสว่า ดูก่อน สารีบุตร เวสารัชชญาณสี่นี้ที่ตถาคตถึงพร้อมแล้ว จึงปฏิญาณอาสภสถาน บันลือสีหนาทในบริษัททั้งหลาย ดังนี้. พระสูตรพึงให้พิสดาร. บทว่า ปญฺหญฺจ นํ ปุจฺฉนฺติ ความว่า เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายผู้เป็นบัณฑิต รวบรวมปัญหาแล้ว ย่อมทูลถาม. บทว่า พฺยากโรติ ความว่า ทรงแก้ใน

ขณะนั้นทันที. บทว่า จิตฺตํ อาราเธติ ความว่า ทรงยังจิตของมหาชนให้เอิบ

อิ่มด้วยการแก้ปัญหา. บทว่า โน จ โข โสตพฺพํ มญฺนฺติ ความว่า

แม้เมื่อพระองค์ตรัสทำจิตให้ยินดี คนเหล่าอื่นก็ไม่สนใจที่จะฟัง อธิบายว่า

พึงกล่าวอย่างนั้น. บทว่า โสตพฺพญฺจสฺส มญฺนฺติ ความว่า เทวดาก็ดี

มนุษย์ก็ดี ย่อมสนใจฟังด้วยความอุตสาหะใหญ่ บทว่า ปสีทนฺติ ความว่า เป็นผู้เลื่อมใสดีแล้ว มีจิตควร มีจิตอ่อน. บทว่า ปสนฺนาการํ กโรนฺติ ความว่า ไม่เป็นผู้เลื่อมใสงมงาย เมื่อบริจาควัตถุมีจีวรเป็นต้นอันประณีต และมหาวิหารมีเวฬุวันวิหารเป็นต้น ชื่อว่า กระทำอาการแห่งผู้เลื่อมใส. บท ว่า ตถตฺตาย ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นทรงแสดงธรรมใด ย่อมปฏิบัติ เพื่อความมีแห่งธรรมโดยประการนั้น คือ เพื่อประโยชน์แก่การปฏิบัติธรรม

สมควรแก่ธรรม. บทว่า ตถตฺตาย จ ปฏิปชฺชนฺติ ความว่า ย่อมปฏิบัติ

เพื่อความมีอย่างนั้น. จริงอยู่ เทวดาและมนุษย์ฟังธรรมของพระผู้มีพระภาค-

เจ้าพระองค์นั้นแล้ว บางพวกตั้งอยู่ในสรณะ บางพวกตั้งอยู่ในศีลห้า พวก

อื่นออกบวช. บทว่า ปฏิปนฺนา จ อาราเธนฺติ ความว่า ก็ผู้ปฏิบัติปฏิปทา