ของสีหนาทสิบก่อนและสีหนาทสิบก่อน. ก็ในพระสูตรอื่นจากพระสูตรนี้
สีหนาทมีประมาณเพียงนี้ หาได้ยาก เพราะเหตุนั้น สูตรนี้จึงเรียกว่า มหา สีหนาทสูตร.
พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงปฏิเสธวาทะและอนุวาทะอย่างนี้ว่า พระ-
สมณโคดมย่อมบันลือสีหนาทแล แต่บันลือในเรือนว่างเปล่า บัดนี้เมื่อ จะทรงแสดงสีหนาท ซึ่งเคยบันลือแล้วในบริษัทอีกจึงตรัสเป็นอาทิว่า เอกมิทาหํ ด้วยประการฉะนี้. ในบทเหล่านั้น บทว่า ตตฺร มํ อญฺตโร เต สพฺรหฺมจารี ความว่า เพื่อนพรหมจารีของท่านคนหนึ่ง ชื่อนิโครธปริพาชก (ได้ถามปัญหา) กะเราผู้อยู่ที่เขาคิชกูฏ ใกล้กรุงราชคฤห์นั้น. บทว่า อธิชิคุจฺเฉ ความว่าถามปัญหาในเรื่องการเกลียดชังบาปด้วยวิริยะ. พระ ผู้มีพระภาคเจ้า ประทับนั่งในมหาวิหารข้างเขาคิชฌกูฏ ทรงสดับถ้อย คำสนทนาของนิโครธปริพาชก และสันธานอุบาสก ผู้นั่งในอุทยานของ พระนางอุทุมพริกาเทวี ด้วยทิพยโสตธาตุ เสด็จเหาะมาประทับนั่งบนอาสนะ ที่ปูแล้วในสำนักของท่านทั้งสองนั้นแล้ว ทรงแก้ปัญหาที่นิโครธปริพาชกทูล ถามในเรื่องเกลียดชังอย่างยิ่งนี้ใด ท่านกล่าวหมายถึงปัญหานั้น. บทว่า ปรํ วิย มตฺตาย ความว่า โดยประมาณอย่างยิ่ง คือ โดยประมาณใหญ่มาก.
บทว่า โก หิ ภนฺเต ความว่า คนอื่นที่เป็นชาติบัณฑิตเว้นอันธพาล ผู้มีทิฏฐิใคร่เล่าที่ฟังพระธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วกล่าวว่า ไม่พึง
ดีใจ. เขาคิดว่า เราประกอบตนในส่วนที่ไม่นำออกจากทุกข์ได้รับความ
ลำบากเป็นเวลานานหนอ เราอาบน้ำในฝั่งแม่น้ำแห้งขอด เราเหมือนกลิ้ง กลับไปกลับมาเหมือนโปรยแกลบ ก็ไม่ยังประโยชน์อะไรให้สำเร็จได้ เอาเถอะ เราจักประกอบตนไว้ในความเพียร จึงทูลว่า ข้าพระองค์พึงได้ ดังนี้.
อนึ่ง เดียรถีย์ปริวารใดที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้ในขันธกะ ซึ่งผู้เคย