ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๒ · หน้า ๘๙ · ข้อ 238
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ปาณาติบาต ภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้งดเว้นจากปาณาติบาต ชื่อว่าให้ อภัย ให้ความไม่มีเวร ให้ความไม่เบียดเบียนกัน แก่สัตว์ทั้งหลายหา ประมาณมิได้ ครั้นให้อภัย ให้ความไม่มีเวร ให้ความไม่เบียดเบียนกันแก่ สัตว์ทั้งหลาย หาประมาณมิได้แล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งอภัย แห่งความ ไม่เบียดเบียนกันอันหาประมาณมิได้ ภิกษุทั้งหลาย นี้จัดเป็นข้อที่หนึ่ง เป็นมหาทาน รู้กันมาว่าเลิศ รู้กันมานมนาน รู้กันมาตามวงศ์สกุล เป็นของเก่าแก่ ไม่มีใครรังเกียจแล้ว ไม่เคยมีใครรังเกียจ อันใคร ๆ ไม่ รังเกียจอยู่ จักไม่รังเกียจ อันสมณะก็ดี พราหมณ์ก็ดี ผู้ รู้ ดี ไม่ดูแคลน ภิกษุทั้งหลาย ก็ข้ออื่นยังมีอีก อริยสาวกละอทินนาทาน ฯลฯ ละกาเมสุ มิจฉาจาร ฯลฯ ละมุสาวาท ฯลฯ ละการดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัย อันเป็น ที่ตั้งแห่งความประมาท ฯลฯ ภิกษุทั้งหลาย ทาน ๕ ประการเหล่านั้นแล จัดเป็นมหาทาน ที่รู้กันมาว่าเลิศ ฯลฯ ผู้ รู้ ดี ดังนี้.

ก็แลศีล ๕ นี้ ท่านเรียกว่ายัญ เพราะต้องสมาทานด้วยคิดว่า เรา จักสละความเยื่อใยในตนและความเยื่อใยในชีวิต รักษา. บรรดาศีลและ สรณคมน์นั้น สรณคมน์นั่นและเป็นใหญ่กว่าศีล ๕ แม้โดยแท้ แต่ศีล ๕ นี้ ท่านกล่าวว่ามีผลมากกว่า ด้วยอำนาจแห่งศีลที่บุคคลตั้งอยู่ในสรณะ แล้วรักษา.

พราหมณ์ได้ฟังแม้ข้อนี้แล้ว ก็ยังคิดว่า การที่รักษาศีล ๕ ก็ยัง หนักอยู่ สิ่งอะไรอย่างอื่นทำนองนี้แหละ ที่มีการใช้ทรัพย์สินน้อยกว่า และมีผลมากกว่า ศีล ๕ นี้มีอยู่หรือหนอ. ลำดับนั้นเขาเมื่อจะทูลถามถึงข้อนั้น จึงกราบทูลอีกว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ก็.......มีอยู่หรือ ดังนี้เป็นต้น ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระประสงค์จะทรงแสดงความที่ยัญมีปฐม-