ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๒ · หน้า ๒๕๗ · ข้อ 364
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ทำอันตรายแห่งมรรคสมบัติ ผลสมบัติ และความวิเศษแห่งภพอันเป็นทิพย์ ของชนเหล่านั้น.

พระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อทรงทำลายมานะของพราหมณ์ซึ่งขึ้นไป จนถึงภวัคคพรหม โดยวิธีอุปมาโดยไม่กำหนด แล้วทรงแสดงถึงศาสดา ๓ จำพวก ผู้ควรท้วง จึงตรัสพระดำรัสเป็นอาทิว่า ดูก่อนโลหิจจะ ศาสดา ๓

จำพวกเหล่านี้. บทว่า การท้วงนั้น คือ การท้วงของผู้ท้วงศาสดา ๓ จำพวก

เหล่านั้น. บทว่า ไม่เข้าไปตั้งจิตเพื่อจะรู้ทั่งถึงคือไม่เข้าไปตั้งจิตเพื่อรู้รอบ

คือเพื่อประโยชน์แก่การรู้ทั่ว บทว่า หลีกเลี่ยง อธิบายว่า ไม่กระทำตามคำ สั่งสอนของศาสดานั้นตลอดเวลา หลีกเลี่ยงประพฤติจากคำสอนนั้น. บทว่า พึงลุกเข้าไปหาสตรีที่กำลังถอยหลังหนี คือเข้าไปหาผู้ที่ถอยหนี ต้องการ หญิงที่เขาไม่ต้องการ อธิบายว่า หญิงคนหนึ่งผู้ไม่ต้องการอยู่ร่วม ตัวคนเดียว

ก็ยังต้องการอยู่. บทว่า บุรุษพึงกอดสตรีที่หันหลังให้ อธิบายว่า บุรุษไปข้าง

หลังแล้วกอดสตรีผู้ไม่อยากแม้จะเห็นยืนหันหลังให้ บทว่า ข้ออุปไมยนี้ก็ ฉันนั้น อธิบายว่า เมื่อศาสดาแม้นี้คิดว่า พวกนี้เป็นสาวกของเรา แล้วสอน สาวกผู้หลีกเลี่ยงประพฤติจากคำสอนด้วยความโลภ เราจึงกล่าวธรรมคือความ โลภนี้ว่า มีข้ออุปไมยฉันนั้น ศาสดานั้นควรถูกท้วงว่า ท่านได้เป็นเหมือน บุรุษที่รุกเข้าไปหาสตรีที่กำลังหนี เหมือนบุรุษพึงกอดสตรีที่หันหลังให้ ด้วย ธรรมคือความโลภใด ธรรมคือความโลภของท่านนั้นก็เป็นอย่างนี้ ด้วย

ประการฉะนี้. ข้อที่ว่า เพราะคนอื่นจักทำอะไรแก่คนอื่นได้ มีอธิบายว่า

ศาสดาย่อมควรถูกท้วงว่า ท่านสอนคนอื่นด้วยธรรมใด ท่านจงยังตนให้ถึง พร้อมในธรรมนั้นก่อน คือท่านจงทำให้ตรง เพราะคนอื่นจักทำอะไรให้คน อื่นได้.