เพราะสมณะหรือพราหมณ์เป็นผู้รู้ได้ยาก รู้ได้แสนยาก เพราะต้องเว้นการ ปฏิบัติมีประมาณน้อยนี้ และต้องเว้นการบำเพ็ญตบะนี้ เพราะฉะนั้นการที่ กล่าวว่า สมณะรู้ได้ยาก พราหมณ์รู้ได้ยาก ดังนี้สมควรแล้ว. ดูก่อนกัสสปะ ต่อเมื่อภิกษุเจริญเมตตาจิตอันไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียน และทำให้แจ้ง ซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะสิ้นไป ด้วยปัญญาอัน
ยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบันเข้าถึงอยู่. ดูก่อนกัสสปะ ภิกษุนี้เราเรียกว่า สมณะบ้าง
พราหมณ์บ้าง. ดูก่อนกัสสปะ แม้ถ้าเขาเป็นผู้มีผักดองเป็นภักษาบ้าง มีข้าว
ฟ่างเป็นภักษาบ้าง ฯลฯ มีเหง้าและผลไม้ในป่าเป็นอาหาร บริโภคผลไม้ที่
หล่นเยียวยาอัตภาพ. ดูก่อนกัสสปะ สมณะหรือพราหมณ์ จักรู้ได้ยาก รู้ได้แสน
ยาก ด้วยการปฏิบัติมีประมาณน้อยนี้ และด้วยการบำเพ็ญตบะนี้ ไม่น่าจัก ต้องกล่าวว่า สมณะรู้ได้ยาก พราหมณ์รู้ได้ยาก ดังนี้เลย. ก็สมณะหรือ พราหมณ์นั่น อันคหบดีหรือบุตรคหบดีโดยที่สุดแม้นางกุมภทาสี จักอาจรู้ ได้ว่า สมณะหรือพราหมณ์นี้ เป็นผู้มีผักดองเป็นภักษา มีข้าวฟ่างเป็นภักษา ฯลฯ มีเหง้าและผลไม้ในป่าเป็นอาหาร บริโภคผลไม้ที่หล่นเยียวยาอัตภาพ. ดูก่อนกัสสปะ สมณะหรือพราหมณ์เป็นผู้รู้ได้ยาก รู้ได้แสนยาก เพราะต้อง เว้นจากการปฏิบัติอันมีประมาณน้อยนี้ และต้องเว้นการบำเพ็ญตบะนี้ เพราะ ฉะนั้นจึงสมควรกล่าวว่า สมณะรู้ได้ยาก พราหมณ์รู้ได้ยาก. ดูก่อนกัสสปะ ก็ เพราะภิกษุเจริญเมตตาจิตอันไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียน และทำให้แจ้ง ซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะสิ้นไป ด้วยปัญญาอัน ยิ่ง ด้วยตนเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่. ดูก่อนกัสสป ภิกษุนี้เราเรียกว่า สมณะบ้าง
พราหมณ์บ้าง. ดูก่อนกัสสปะ แม้ถ้าเขาทรงผ้าป่านบ้าง ผ้าแกมกันบ้าง ฯลฯ
ประกอบความขวนขวายในการอาบน้ำวันละสามครั้งอยู่บ้าง. ดูก่อนกัสสปะ