พระปุณณเถระกลับด้วยตรัสสั่งว่า เธอจงอยู่ในที่นี้แล ได้เสด็จไปยังฝั่ง แม่น้ำ นัมมทานที อันมีอยู่โดยลำดับ. พระยานาคนัมมทา กระทำการต้อนรับพระศาสดา ให้เสด็จเข้าไปสู่ภพนาค ได้กระทำสักการะ
ต่อพระรัตนตรัย. พระศาสดาแสดงธรรมแก่พระยานาคนั้น แล้วออกจาก
ภพนาค. พระยานาคนั้น อ้อนวอนว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระองค์
จงประทานสิ่งที่ควรสละแก่ข้าพระองค์. พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดง
เจดีย์คือรอยพระบาทไว้ ณ ฝั่งแม่น้ำ นัมมทานที เจดีย์คือรอยพระบาท นั้น เมื่อคลื่นหลากมา ๆ ย่อมปิด เมื่อคลื่นไปแล้วย่อมเปิดออก ความถึง
พร้อมด้วยมหาสักการะได้มีแล้ว. พระศาสดาเสด็จออกจากที่นั้น แล้ว
เสด็จไปยังสัจจพันธบรรพต ตรัสกะสัจจพันธภิกษุว่า เธอทำให้มหาชน หยั่งลงไปในทางอบาย เธอจงอยู่ในที่นี้แหล่ะ ให้ชนเหล่านั้นสละลัทธิเสีย
แล้วให้ดำรงอยู่ในทางแห่งพระนิพพาน. ฝ่ายพระสัจจพันธภิกษุนั้น ทูลขอ
ข้อที่ควรประพฤติ. พระศาสดาแสดงพระเจดีย์ คือรอยพระบาท ที่หลัง
แผ่นหินแท่งทึบ เหมือนรอยตรา ที่ก้อนดินเหนียวเปียก. แต่นั้นก็เสด็จ
กลับพระวิหารเชตวันตามเดิม. ท่านหมายเอาข้อนั้น จึงกล่าวคำมีอาทิว่า
เตเนว อนฺตรวสฺเสน เป็นต้น.
บทว่า ปรินิพฺพายิ ได้แก่ ปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสปรินิพพาน
ธาตุ. มหาชน กระทำการบูชาสรีระของพระเถระ ๗ วัน ให้รวบรวมไม้
หอมเป็นอันมาก ให้ณาปนกิจแล้วเก็บเอาธาตุทำพระเจดีย์. บทว่า สมฺพหุลา ภิกฺขู ได้แก่ เหล่าภิกษุ ผู้อยู่ในที่ใกล้พระเถระ. คำที่เหลือ ในบททั้งปวงง่ายทั้งนั้น.