สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๘ · หน้า ๔๙๓ · ข้อ 345
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

จตุตถฌาน อีกอย่างหนึ่งคำทั้งหมดนี้ พึงทราบด้วยอำนาจปฐมฌาน. จริง อยู่ ธรรมดาอินทริยสังวรสีล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า เป็นการ อนุรักษ์สมถะ ด้วยคำมีประมาณเท่านี้.

บทว่า รญฺโ วา หมายถึงเจ้าเมืองชายแดนลางองค์นั้นเอง.

บทว่า สทฺทํ สุเณยฺยํ ความว่า ตื่นบรรทมในเวลาเช้า พึงได้ สดับเสียงพิณอันไพเราะ ที่นักพิณผู้ชำนาญดีดอยู่.

ในบทว่า รชนีโย เป็นต้น มีอธิบายว่า ชื่อว่า รชนีโย เพราะ

ให้จิตยินดี. ชื่อว่า กมนีโย เพราะชอบให้ใคร่. ชื่อว่า มทนีโย เพราะ

( ทำให้ ) จิตมัวเมา ชื่อว่า มุจฺฉนีโย เพราะหลงโดยเป็นเหมือนทำจิตให้

ลุ่มหลง. ชื่อว่า พนฺธนีโย เพราะผูกพันไว้โดยยืดถือเหมือนผูกมัดไว้.

บทว่า อลํ เม โภ ความว่า เมื่อเห็นสัณฐานของพิณแล้วไม่ ปรารถนา จึงกล่าวอย่างนี้.

บทว่า อุปธารเณ ได้แก่ ลูกบิด ( สำหรับขึ้นสาย ).

บทว่า โกณํ ได้แก่ ไม้แก่น ๔ เหลี่ยม.

บทว่า โส ตํ วีณํ ความว่า พระราชานั้น รับสั่งว่า ท่านทั้งหลาย จงนำพิณนั้นมา เราจะดูเสียงของมัน แล้วทรงจับพิณนั้น.

ในบทว่า ทสธา วา เป็นต้น มีอธิบายว่า พึงผ่าออกเป็น ๑๐ เสี่ยง

ก่อน. ครั้นพระองค์ไม่เห็นเสียงของมัน จึงทรงผ่าออกเป็น ๑๐๐ เสี่ยง๑

เมื่อไม่ทรงเห็นอย่างนั้น จึงทรงสับเป็นชิ้น ๆ เมื่อไม่ทรงเห็นอย่างนั้น

๑. ปาฐะ สตฺตธา แต่ในบาลี และฉบับพม่าเป็น สตธา จึงแปลตามนั้น.