สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๘ · หน้า ๓๗๑ · ข้อ 316
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ในจำนวนงู ๔ ประเภทนั้น พิษของงูใดควรกล่าวได้ว่า แล่นเร็ว ขึ้นจับตา จับคอ จับศีรษะ เหมือนไฟไม้คบหญ้าลุกโชนเช่นพิษงูมณีสัปปะ (งูเห่าปีแก้ว) อนึ่งเมื่อคนร่ายมนต์ เป่าลมเข้าทางช่องหู พอเอาไม้ตี

พิษก็จะแล่นลงมาหยุดอยู่ตรงที่ถูกกัดเท่านั้น งูนี้นั้น ชื่อว่ามีพิษแล่นเร็ว แต่พิษไม่ร้าย.

ส่วนพิษของงูใด ค่อย ๆ แล่นขึ้น แต่ในที่ ๆ พิษแล่นขึ้น ก็เป็น เหมือนน้ำที่ดื่มเข้าไป แม้โดยล่วงไปสิบ ๑๒ ปี ก็ยังปรากฏ ที่ข้างหลังหู และหลังคอเป็นต้น เป็นเหมือนพิษของงูน้ำ แต่เมื่อหมองูทำการร่ายมนต์ เป็นต้น พิษก็ไม่ลดลงเร็ว งูนี้นั้น ชื่อว่า มีพิษร้าย แต่พิษไม่แล่นเร็ว.

ส่วนพิษของงูใด ขึ้นเร็ว แต่ไม่ลงเร็ว เช่น พิษของงูจงอางเป็นต้น งูนี้นั้น ชื่อว่า ทั้งมีพิษแล่นเร็ว ทั้งมีพิษร้าย.

พิษของงูใด แม้ถูกหมองูเป่ามนต์ให้ลดลง ก็ลงง่าย ๆ เช่น พิษ ของงูเขียว และงูเรือนเป็นต้น งูนี้นั้น ชื่อว่า มีพิษไม่แล่นเร็ว และ มีพิษไม่ร้าย.

พิษที่ถูกกัดในจำพวกงูกัฏฐมุขะ และพิษที่ถูกกัดในจำพวกงูปูติมุขะ เป็นต้นก็พึงทราบ โดยอุบายนี้ เพราะเหตุนั้น อสรพิษจึงมี ๖๔ ประเภท

ด้วยอำนาจบุคคลบัญญัติด้วยประการฉะนี้. ใน ๖๔ ประเภทนั้น แต่ละ

ประเภทยังแยกออกอย่างละ ๔ ตามกำเนิด โดยนัยว่า งูเกิดแต่ฟองไข่ เป็นต้น จึงรวมเป็นงู ๒๕๖ ประเภท. งูเหล่านั้นเอา ๒ คูณ ด้วยงูที่เกิด ในน้ำและบนบกเป็นต้น จึงเป็นงู ๕๑๒. งูเหล่านั้น เอา ๒ คูณ ด้วย