สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๘ · หน้า ๒๘ · ข้อ 26
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

อรรถกถาปฐมปหานสูตรที่ ๒

ในปฐมปหานสูตรที่ ๒ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ .

บทว่า สพฺพํ ปหาย แปลว่า ละซึ่งสิ่งทั้งปวง. บทว่า จกฺขุ- สมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชาติ เวทยิตํ ได้แก่เวทนาที่สัมปยุตด้วยสัมปฏิจ- ฉันนะ สันตีรณะ โวฏฐัพพนะและชวนะ ที่เกิดขึ้นเพราะกระทำสห- ชาตธรรมที่มีจักษุสัมผัสเป็นมูลให้เป็นปัจจัย แต่ธรรมที่สัมปยุตด้วยจักษุ-

ิวิญญาณไม่จำต้องกล่าวถึงเลย. แม้ในธรรมที่มีเวทนาเป็นปัจจัยมีโสตทวาร

เป็นต้นเป็นอาทิ ก็นัยนี้เหมือนกัน. ก็ในที่นี้ บทว่า มโน ได้แก่ภวังคจิต. บทว่า ธมฺมา ได้แก่อารมณ์. บทว่า มโนวิญฺาณํ ได้แก่ชวนจิตที่

เกิดพร้อมกับอาวัชชนจิต. บทว่า มโนสมฺผสฺโส ได้แก่ผัสสะที่เกิด

พร้อมกับภวังคจิต. บทว่า เวทยิตํ ได้แก่เวทนาที่เกิดพร้อมกับชวนจิต.

แม้เวทนาที่เกิดพร้อมกับภวังคจิต ก็ย่อมเป็นไปพร้อมกับอาวัชชนจิต

เหมือนกัน. แต่ในที่นี้ เทศนาที่เป็นคำสอนต่อเนื่องกันชื่อว่า บัญญัติ.

จบ อรรถกถาปฐมปหานสูตรที่ ๒

๓. ทุติยปหานสูตร

ว่าด้วยทรงแสดงธรรมเพื่อละสิ่งทั้งปวง

[ ๒๖ ] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมเพื่อรู้ยิ่งกำหนด รู้แล้วละสิ่งทั้งปวง แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟังธรรมนั้น ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย ธรรมสำหรับรู้ยิ่งกำหนดรู้แล้วละเสียซึ่งสิ่งทั้งปวงเป็นไฉน. จักษุ รูป จักษุวิญญาณ จักษุสัมผัส เป็นสิ่งที่ควรรู้ยิ่งกำหนดรู้แล้วละเสีย