สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๘ · หน้า ๔๐๐ · ข้อ 319
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ก็พระราชานั้นนั่นแล วันหนึ่งมีพระราชประสงค์จะเสวยเนื้อนก กระทา จึงทรงพระดำริว่า ถ้าเราประสงค์จะบริโภคเนื้อนกกระทำปิ้งไฟ จึงทรงดำริว่า ถ้าเราจักบอกแก่คนอื่นว่าเราอยากกินเนื้อนกกระทาปิ้งไฟ คนทั้งหลายก็จักกระทำฆ่านกกระทา ในที่รอบ ๆ โยชน์หนึ่ง จึงทรง อดกลั้นบ่วงมาร แม้ที่เกิดขึ้นแล้วทรงยับยั้งถึง ๓ ปี. ต่อมาพระราชานั้น

เกิดเป็นน้ำหนวก. ท้าวเธอ เมื่อไม่อาจจะอดกลั้นได้ จึงตรัสถามว่า ใคร ๆ

ที่เป็นอุบาสกผู้อุปัฏฐากเราเป็นคนรักษาศีลมีอยู่บ้างไหม. ราชบุรุษเหล่านั้น

ทูลว่า เทวะ มีอยู่พระเจ้าข้า เขาชื่อว่า ติสสะ รักษาศีลไม่ขาด. ลำดับนั้น พระราชาประสงค์จะทดลองอุบาสกนั้น จึงรับสั่งให้เรียกตัวมา. อุบาสกนั้น

ก็มาเฝ้ายืนถวายบังคมพระราชา. ลำดับนั้น พระราชาตรัสกะอุบาสก นั้นว่า

แน่พ่อ ท่านชื่อติสสะหรือ อุบาสกทูลรับว่า พระเจ้าข้า. พระราชาตรัสว่า

ถ้าอย่างนั้นท่านจงไปได้. เมื่ออุบาสกนั้นไปแล้ว พระราชารับสั่งให้นำไก่

มาตัวหนึ่ง แล้วตรัสสั่งราชบุรุษผู้หนึ่งว่าเจ้าจงไป บอกกะติสสะว่า เธอ จงปิ้งไก่ให้สุก ๓ เวลา และจงให้ปรนนิบัติเรา. ราชบุรุษนั้นได้ไปบอก

อย่างนั้น. อุบาสกนั้น กล่าวว่า ผู้เจริญ ถ้าไก่ตัวนี้พึงเป็นไก่ตายแล้วไซร้

เราจะพึงปิ้งตามที่เรารู้ และปรนนิบัติ ความจริง เราไม่ทำปาณาติบาต ราชบุรุษนั้นได้ไปทูลแด่พระราชา.

พระราชา ทรงส่งไปสั่งว่า เธอจงไปอีกครั้ง เขาไปบอกว่า ท่าน ผู้เจริญ ขึ้นชื่อว่า การปรนนิบัติพระราชา เป็นภาระหนัก ท่านอย่าทำ อย่างนี้ ศีลท่านสามารถจะสมาทานได้อีก จงปิ้งไก่นั้นเถิด ลำดับนั้น ติสสะ ได้กล่าวกะบุรุษนั้นว่า ผู้เจริญธรรมดาว่า ในอัตภาพหนึ่ง ความตายมี