ไม่เที่ยงเช่นนั้นเหมือนกัน. บทว่า สงฺคติ แปลว่า มาประจวบเข้า.
บทว่า สนฺนิปาโต ได้แก่ประชุมรวมกัน บทว่า สมวาโย ได้แก่มารวม
เป็นอันเดียวกัน. บทว่า อยํ วุจฺจติ จกฺขุสมฺผสฺโส ความว่า ความ
ประจวบด้วยปัจจัยนี้ คือ ชื่อว่าประจวบกัน ประชุมกัน มาพร้อมกัน โดยชื่อว่าปัจจัยนั่นเอง เพราะเกิดด้วยปัจจัย กล่าวคือ ความประจวบ ความประชุม และความมาพร้อมกัน นี้เรียกว่า จักขุสัมผัส. บทว่า โสปิ เหตุ. ความว่า จักษุและอารมณ์ ขันธ์ ๓ ที่เป็นสหชาตธรรม เป็นเหตุแห่งผัสสะ ธรรมดังว่ามานี้ เรียกว่า เหตุ. บทว่า ผสฺโส เป็นปฐมาวิภัตติ ลงในอรรถแห่งทุติยาวิภัตติ อธิบายว่า เวทนาย่อมเสวย เจตนาย่อมคิด สัญญา ย่อมจำได้ ซึ่งอารมณ์อันผัสสะถูกต้องแล้วเท่านั้น บทว่า ผุฏฺโ ได้แก่บุคคลผู้พรั่งพร้อม ด้วยผัสสะ. เวทนาอันผัสสะ ถูกต้องแล้ว ย่อมรู้ทั่วซึ่งอารมณ์เท่านั้น อธิบายว่า ย่อมคิดก็มี. ดังนั้น ในพระสูตรนี้ เป็นอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสขันธ์ ๓๐ ถ้วน. อย่างไร. คือ อันดับแรก ในจักขุทวาร วัตถุ ( จักขุวัตถุ ) และอารมณ์ จัดเป็น รูปขันธ์, ขันธ์ใด เสวย อารมณ์อันผัสสะถูกต้องแล้ว เหตุนั้น ขันธ์นั้น ชื่อว่า เวทนาขันธ์ ขันธ์ใดคิดอารมณ์อันผัสสะถูกต้องแล้ว เหตุนั้น ขันธ์นั้น ชื่อว่าสังขารขันธ์. ขันธ์ใด จำได้ซึ่งอารมณ์อันผัสสะถูกต้องแล้ว เหตุนั้น ขันธ์นั้น ชื่อว่าสัญญาขันธ์, ขันธ์ใดรู้แจ้งซึ่งอารมณ์อันผัสสะ ถูกต้องแล้ว เหตุนั้น ขันธ์นั้น ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ แม้ในทวารที่เหลือ
ก็นัยนี้เหมือนกัน. จริงอยู่แม้ในมโนทวาร วัตถุรูปจัดเป็นรูปขันธ์ โดย
ส่วนเดียว. เมื่ออารมณ์ คือ รูปมีอยู่ แม้อารมณ์ก็จัดเป็นรูปขันธ์