พึงทราบวินิจฉัย ในคำว่า กาปิลวตฺถเว สกฺเย พหุเทว รตฺตึ ธมฺมิยา กถาย ดังต่อไป. ชื่อว่า ธรรมกถาที่เกี่ยวด้วยอนุโมทนาสัณฐาคาร พึงทราบว่า เป็นปกิณณกกถา. ก็ในเวลานั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรง แสดงปกิณณกกถานำมาซึ่งประโยชน์เกื้อกูล และความสุข แก่เหล่าเจ้า
ศากยชาวกรุงกบิลพัสดุ์. เหมือนหยั่งลงสู่อากาศคงคา เหมือนควักเอาง้วน
ดินมา เหมือนจับยอดหว้าใหญ่สั่นอยู่ เหมือนคั้นผึ้งขนาดโยชน์หนึ่งด้วย เครื่องจักรยนต์ แล้วให้ดื่มน้ำผึ้งว่า ดูก่อนมหาบพิตร ขึ้นชื่อว่าอาวาสทาน นี้เป็นของใหญ่ อาวาสของพระองค์ เราก็ได้ใช้สอยแล้ว และภิกษุ สงฆ์ก็ใช้แล้ว ทั้งเรา ทั้งภิกษุสงฆ์ก็ใช้แล้ว ก็เป็นอันพระธรรมรตนะ ก็ใช้สอยแล้วเหมือนกัน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าเป็นอันพระรัตนตรัย
ใช้สอยแล้ว. จริงอยู่ เมื่อให้อาวาสทาน ก็เป็นอันชื่อว่าให้สิ่งทั้งปวง ขึ้น
ชื่อว่าอานิสงส์แห่งบรรณศาลา และสาขามณฑป ใคร ๆ ก็ไม่อาจกำหนดได้. จริงอยู่ ด้วยอานุภาพแห่งอาวาสทาน การเกิดในครรภ์ที่คับแคบ ย่อมไม่มี แก่สัตว์ผู้เกิดในภพ ท้องของมารดา ย่อมเหมือนห้องน้อย ๑๒ ศอกไม่ คับแคบ ครั้นตรัสธรรมีกถาเป็นอันมาก วิจิตรด้วยนัยต่าง ๆ อย่างนี้แล้ว ( ตรัสคาถาวิหารทาน ) ดังนี้ว่า.
เสนาสนะ ย่อมป้องกันเย็นร้อน สัตว์ร้าย งู
ยุง ความหนาวในฤดูหนาวและฝน ทั้งลมแดดอัน
กล้าที่เกิด เสนาสนะก็ป้องกันได้ การถวายวิหาร
แก่สงฆ์ เพื่อเร้นอยู่ เพื่อความสุข เพื่อเพ่งฌาน
และเพื่อเจริญวิปัสสนา พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรง