ข้าพระองค์ว่า ดูก่อนท่านผู้มีอายุ ทัศนะของภิกษุเป็นอันหมดจดดีด้วยเหตุที่ ภิกษุรู้ชัดเหตุเกิด และความดับแห่งอุปาทานขันธ์ ๕ ตามความเป็นจริง. ทีนั้นแล ข้าพระองค์ไม่พอใจด้วยการพยากรณ์ปัญหาของภิกษุนั้น จึงเข้า ไปหาภิกษุรูปหนึ่งถึงที่อยู่ แล้วได้ถามว่า ดูก่อนท่านผู้มีอายุ ทัศนะของ
ภิกษุเป็นอันหมดจดดีด้วยเหตุเพียงเท่าไร. เมื่อข้าพระองค์ถามอย่างนี้แล้ว
ภิกษุนั้นได้กล่าวกะข้าพระองค์ว่า ดูก่อนท่านผู้มีอายุ ทัศนะของภิกษุเป็น อันหมดจดดีด้วยเหตุที่ภิกษุรู้ชัดเหตุเกิด และความดับแห่งมหาภูตรูป ๔
ตามความเป็นจริง. ทีนั้นแล ข้าพระองค์ไม่พอใจด้วยการพยากรณ์ปัญหา
ของภิกษุนั้น จึงเข้าไปหาภิกษุรูปหนึ่งถึงที่อยู่ แล้วได้ถามว่า ดูก่อนท่าน ผู้มีอายุ ทัศนะของภิกษุเป็นอันหมดจดดีด้วยเหตุเพียงเท่าไร. เมื่อข้า พระองค์ถามอย่างนี้แล้ว ภิกษุนั้นได้กล่าวกะข้าพระองค์ว่า ดูก่อนท่าน ผู้มีอายุ ทัศนะของภิกษุเป็นอันหมดจดดีด้วยเหตุที่ภิกษุรู้ชัด ตามความ เป็นจริงว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลล้วนมี ความดับไปเป็นธรรมดา ทีนั้นแล ข้าพระองค์ไม่พอใจด้วยการพยากรณ์ ปัญหาของภิกษุนั้น จึงเข้ามาเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ขอทูล ถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ทัศนาของภิกษุเป็นอัน หมดจดดีด้วยเหตุเพียงไรหนอแล.
[๓๔๑] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ บุรุษยังไม่เคย เห็นต้นทองกวาว บุรุษนั้นพึงเข้าไปหาบุรุษคนใดคนหนึ่งผู้เคยเห็นต้น ทองกวาวถึงที่อยู่ แล้วถามอย่างนี้ว่า ดูก่อนบุรุษผู้เจริญ ต้นทองกวาว
เป็นเช่นไร. บุรุษนั้นพึงตอบว่า ดูก่อนบุรุษผู้เจริญ ต้นทองกวาวดำเหมือน