สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๘ · หน้า ๒๖๖ · ข้อ 217
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

คนเขลาย่อมไม่ประสบพระนิพพานหรือการเห็นพระนิพพาน. จริงพระ-

นิพพานก็ดี การเห็นพระนิพพานก็ดี ของคนพาลผู้ไม่เห็นอยู่ ย่อมเป็น เหมือนมณฑลพระจันทร์ที่ถูกเมฆดำปิดไว้, เหมือนภาชนะที่กะทะบังไว้

และเหมือนสิ่งของที่เปิดเผยอยู่แล้วเป็นนิจ. สองบาทคาถาว่า สตญฺจ วิวฏํ

โหติ อาโลโก ปสฺสตามิว ความว่า วิวฏะ คือนิพพาน ย่อมมีแก่ผู้สงบ คือสัตบุรุษผู้เห็นอยู่ ด้วยปัญญาทัสสนะ เหมือนแสงสว่างมีอยู่แก่บุคคล

เห็นอยู่. บทว่า สนฺติเก น วิชานนฺติ มคฺคา ธมฺมสฺส อโกวิทา

ความว่า พระนิพพานใดชื่อว่าอยู่ใกล้ เพราะผู้แสวงหากำหนดส่วนในผม หรือขนเป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่ง ในร่างกายของตน เป็นอารมณ์พึงบรรลุ ได้โดยลำดับ หรือเพราะแสวงหาความดับขันธ์ทั้งหลายของตน พระ- นิพพานนั้นนั่นและแม้อยู่ใกล้ ๆ เหล่าชนผู้แสวงหา ผู้ไม่ฉลาดในธรรม ก็ไม่รู้ซึ่งที่ใช่ทางและมิใช่ทาง หรือสัจจธรรมสี่. บทว่า มารเธยฺยานุ- ปนฺเนภิ ได้แก่ ผู้เข้าถึงวัฏฏะอันเป็นไปในภูมิ ๓ อันเป็นสถานที่อยู่ของมาร บทว่า โก นุ อญฺตฺรมริเยภิ ความว่า เว้นพระอริยะทั้งหลายเสีย คนอื่นใครเล่า ควรเพื่อจะรู้บท คือ พระนิพพาน. บทว่า สมฺมทญฺาย ปรนิพฺพนฺติ ความว่า รู้โดยชอบด้วยปัญญาอันสัมปยุตด้วยอรหัต ใน ลำดับนั่นแล เป็นผู้ไม่มีอาสวะ ย่อมดับสนิท ด้วยกิเลสปรินิพพาน การ ดับกิเลส อีกนัยหนึ่งเป็นผู้ไม่มีอาสวะ เพราะรู้ชอบย่อมปรินิพพาน ด้วย ขันธปรินิพพาน ดับขันธ์ในที่สุด.

จบ อรรถกถาปฐมรูปารามสูตรที่ ๓

หัวข้อ (สรุปโดย AI) ปฐมรูปารามสูตรที่ ๓ เทวดามนุษย์ยินดีในรูปจึงเป็นทุกข์ ตถาคตไม่ยินดีจึงเป็นสุข
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า