พระศาสดาจักประทับในบ้านราตรีหนึ่ง ธรรมดาว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงประสงค์แต่เงียบเสียง แล้วพากันถือเอาประทีปด้ามด้วยตนเอง เข้า ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ
บทว่า อถโข ภควา นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน เยน นวํ สณฺาคารํ เตนุปสงฺกมิ ความว่า นัยว่า เมื่อเขากราบทูลเวลาอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ได้เวลาอันสมควร แล้วขอเชิญเสด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเถิด พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงจัดแจงผ้า ๒ ชั้น ที่ทรงย้อมแล้วด้วยน้ำครั่งสด มีสีดังดอกทองหลางแดง เหมือนตัด อกปทุมด้วยกรรไกร ทรงนุ่งปิดมณฑล ๓ เหมือนวงกำดอกปทุม ด้วย สังวาลย์ทอง ทรงคาดประคดเอวมีรัศมีดังสายฟ้า เหมือนเอาผ้ากัมพลแดง หุ้มยอดเงิน เหมือนใส่ข่ายแก้วประพาฬ บนแต่งทอง อันสูงได้ร้อยศอก เหมือนสรวมเสื้อผ้ากัมพลแดง ที่เจดีย์ทองเหมือนเอาเมฆแดงปิดพระจันทร์ เพ็ญ ซึ่งกำลังโคจรอยู่ เหมือนรดน้ำครั่งแก่จัดลงเหนือยอดภูเขาทอง เหมือนวงยอดเขาจิตตกูฏด้วยสายฟ้า ทรงห่มผ้าบังสุกุลอันประเสริฐมีสีแดง เหมือนใบอ่อนของต้นไทรที่จับเขย่าแผ่นดินใหญ่ พร้อมทั้งเขาจักรวาฬ เขาสิเนรุและเขายุคันธร แล้วเสด็จออกจากประตูพระคันธกฎี ดุจสีหะ ออกจากถ้ำทอง และเหมือนพระจันทร์ ออกจากยอดเขาด้านบูรพาทิศ ก็แลครั้นเสด็จออกแล้ว ก็ประทับยืนที่มุขแห่งพระคันธกฎี
ลำดับนั้น รัศมีสร้านออกจากพระวรกายของพระองค์ เหมือนกลุ่ม สายฟ้าแลบออกจากกลีบเมฆ แล้วกระทำต้นไม้ในอารามให้เป็นราวกะว่า ใบ ดอก ผล และค่าคบมีสีเหลืองแก่ที่รดด้วยสายน้ำทองฉะนั้น. ทันใด