สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๘ · หน้า ๔๑๖ · ข้อ 324
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

อันเป็นของตนแล้วกิน จะสมควรหรือไม่สมควร. พระวินัยธรตอบว่า ในข้อนี้ไม่มีโทษ ข้อนั้นสมควรแท้. เธอจึงพาพวกภิกษุว่ายาก ประพฤติ เลวทราม ผู้คบกับตน ๒-๓ รูป ในเวลาเย็นไปภายในบ้าน ยืนอยู่ กลางบ้าน ให้เรียกชาวบ้านมากล่าวว่า ท่านจะให้ทรัพย์ที่เกิดจากการ ประกอบ ของพวกเราแก่ใคร. ชาวบ้านพูดว่า ท่านขอรับ พวกท่านเป็น บรรพชิต พวกท่านจะให้ใครเล่า. ภิกษุนั้นกล่าวว่า ทรัพย์ของตนไม่ควร

แก่บรรพชิตหรือ. ดังนี้แล้ว ให้คนถือจอบและตะกร้า กระทำกิจมีการ

ก่อคันนาเป็นต้น รวบรวมปุพพัณณชาต อปรัณณชาต และผลไม้น้อยใหญ่ มีอย่างต่าง ๆ ให้หุงต้นเคี้ยวกินสิ่งปรารถนา ในเหมันตฤดู คิมหันตฤดู และวัสสันตฤดู เป็นสมณกุฎุมพี เลี้ยงชีวิต. หญิงบำเรอบาทบริจาริกา พร้อมกับเด็กไว้ผม ๕ แหยม ของสมณกุฎุมพีนั้น คนเดียวก็ไม่มี. บุคคลนี้ ให้กายสามัคคี แก่ภิกษุทั้งหลาย ที่ลานพระเจดีย์ และลานต้นโพธิ์ เป็นต้น เหมือนต้นไม้ ถึงแม้มีกิ่งอยู่ในฝั่ง แต่ก็มีกิ่งห้อยย้อยลงมาถูกน้ำ เธอลงสู่ อริยมรรค นั่งบนทุ่น คือสมาธิ ไม่อาจไปถึงสาคร คือพระนิพพานได้ เพราะมีรากภายนอกต้น เหตุที่ตัดความเกี่ยวพันทางคฤหัสถ์ ยังไม่ขาด.

บุคคลผู้ขาดอาชีวะ อาศัยของสงฆ์เลี้ยงชีพ พึงเห็นเหมือนกิ่งคด เกิดกลางแม่น้ำคงคา ถูกเถาวัลย์เกี่ยวพันไว้ภายนอก. คนบางคนแม้ละความ เกี่ยวพันทางคฤหัสถ์ ออกบวช ก็ไม่ได้บรรพชา ในสถานอันสมควร. จริงอยู่ ขึ้นชื่อว่า การบรรพชานี้ เป็นเหมือนการถือปฏิสนธิ. มนุษย์ ทั้งหลายถือปฏิสนธิ ในตระกูลเหล่าใด ย่อมศึกษาอาจาระ ( มารยาท และธรรมเนียม ) ของตระกูลเหล่านั้นนั่นแลฉันใด แม้ภิกษุ ก็ฉันนั้น