ในคำว่า ฉฏฺโ อนฺตรจโร วธโก อุกฺขิตฺตาสิโกติโข ภิกฺขเว นนฺทิราคสฺเสตํ อธิวจนํ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คำว่า เพชฌฆาต สอดแนม ( ลึกลับ ) คำรบ ๖ ผู้เงื้อดาบเป็นชื่อของนันทิราคะนี้ พึงทราบ ว่า ความกำหนัดด้วยอำนาจความยินดี เป็นเสมือนกับเพชฌฆาตผู้เงื้อดาบ โดยอาการ ๒ อย่าง คือโดยทำศีรษะ คือปัญญาให้ตกไป และโดยทำให้
เข้าถึงกำเนิด. อย่างไร. ความจริง เมื่ออิฏฐารมณ์มาปรากฏ ทางจักขุทวาร
โลภะ อาศัยอารมณ์นั้นย่อมเกิดขึ้น ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ ศีรษะคือปัญญา เป็นอันชื่อว่า ตกไป. แม้ในโสตทวารเป็นต้น ก็นัยนี้เหมือนกัน. พึงทราบ นันทิราคะ เป็นเสมือนโดยการทำศีรษะคือปัญญาให้ตกไป อย่างนี้ก่อน. ก็นันทิราคะนั่นย่อมนำเข้าไปสู่กำเนิด ๔ อย่าง ด้วยอัณฑชกำเนิดเป็นต้น นันทิราคะนั้น มีมหาภัย ๒๕ อย่าง และกรรมกรณ์ ๓๒ อย่าง มีการทำ ให้เข้าถึงกำเนิดเป็นมูล ๓๒ ก็มาถึงเหมือนกัน เพราะฉะนั้น พึงทราบว่า นันทิราคะนั้น เสมือนเพชฌฆาตเงื้อดาบ แม้โดยการนำเข้าถึงกำเนิด ด้วยอาการอย่างนี้.
กรรมฐาน เป็นอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแก่ภิกษุรูปหนึ่ง แม้ ด้วยอำนาจนันทิราคะ ด้วยประการฉะนี้. อย่างไร. จริงอยู่ นันทิราคะนี้
จัดเป็นสังขารขันธ์. พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงกำหนด นันทิราคะนั้น
ว่าเป็นสังขารขันธ์ดังนี้แล้ว จึงทรงกำหนดขันธ์ ๕ อย่างนี้ว่า เวทนาที สัมปยุตด้วยสังขารขันธ์นั้น จัดเป็นเวทนาขันธ์ สัญญา เป็นสัญญาขันธ์ จิต เป็นวิญญาณขันธ์ อารมณ์ของขันธ์เหล่านี้ จัดเป็นรูปขันธ์. บัดนี้ ภิกษุรูปหนึ่งกำหนดขันธ์ ๕ เหล่านั้น ด้วยอำนาจนามและรูป แล้วเจริญ