สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๘ · หน้า ๔๙๙ · ข้อ 349 350
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ไม่กระทำให้มากซึ่งกายคตาสติ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน จักษุจะฉุดภิกษุนั้นไป ในรูปอันเป็นที่พอใจ รูปอันไม่เป็นที่พอใจ จะเป็นของปฏิกูล ฯลฯ ใจ จะฉุดไปในธรรมารมณ์อันเป็นที่พอใจ ธรรมารมณ์อันไม่เป็นที่พอใจ จะ เป็นของปฏิกูล ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อสังวรเป็นอย่างนี้แล.

[๓๔๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สังวรเป็นอย่างไร. ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เห็นรูปด้วยจักษุแล้ว ย่อมไม่น้อมใจไปใน รูปอันน่ารัก ย่อมไม่ขัดเคืองในรูปอันไม่น่ารัก เป็นผู้เข้าไปตั้งกายสติไว้ มี ใจหาประมาณมิได้อยู่ และย่อมรู้ชัดซึ่งเจโตวิมุตติปัญญาวิมุตติอันเป็นที่ดับ ไปไม่เหลือแห่งอกุศลธรรมอันลามกเหล่านั้น อันบังเกิดขึ้นแล้วแก่เธอ ตามความเป็นจริง ฯลฯ ภิกษุรู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว ย่อมไม่น้อมใจ ไปในธรรมารมณ์อันน่ารัก ย่อมไม่ขัดเคืองในธรรมารมณ์อันไม่น่ารัก เป็น ผู้เข้าไปตั้งกายสติไว้ มีใจหาประมาณมิได้อยู่ และย่อมรู้ชัดซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันเป็นที่ดับไปไม่เหลือแห่งอกุศลธรรมอันลามกเหล่านั้น อัน บังเกิดขึ้นแล้วแก่เธอ ตามความเป็นจริง.

[๓๕๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษจับสัตว์ ๖ ชนิด ซึ่งมีอารมณ์ต่างกัน มีอาหารต่างกัน คือ พึงจับงู จระเข้ นก สุนัขบ้าน สุนัขจิ้งจอก ลิง แล้วผูกด้วยเชือกอันเหนียวแน่น ครั้นแล้วพึงผูกติดไว้

ที่หลักหรือที่เสาอันมั่นคง. ภิกษุทั้งหลาย ที่นั้นแล สัตว์ ๖ ชนิดเหล่านั้น

ซึ่งมีอารมณ์ต่างกัน มีอาหารต่างกัน พึงดึงกันและกันเข้าหาอาหารและ อารมณ์ของตน ๆ คือ งูพิษดึงมาด้วยคิดว่า เราจักเข้าไปสู่จอมปลวก จระเข้ พึงดึงมาด้วยคิดว่า เราจักลงน้ำ นกพึงดึงมาด้วยคิดว่า. เราจักบินขึ้นสู่