สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๔ · หน้า ๑๖๗ · ข้อ 93
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

และที่สุดที่บุคคลรู้ไม่ได้ ครั้นเมื่อวัตถุที่พึงให้แม้มีน้อย ก็แบ่งของให้ได้ ชนเหล่านั้น ครั้นเมื่อชนอื่นตายแล้ว จึงชื่อว่า ย่อมไม่ตาย. บทว่า เอส ธมฺโม สนนฺตโน อธิบายว่า ธรรมนี้เป็นของโบราณ อีกอย่างหนึ่ง ธรรม

นี้เป็นของบัณฑิตเก่า. บทว่า อปฺปสฺเมเก เเปลว่า ชนพวกหนึ่งเมื่อของ

มีน้อย. บทว่า ปเวจฺฉนฺติ แก้เป็น ททนฺติ แปลว่า ย่อมให้. บทว่า

พหุเนเก น ทิจฺฉเร แปลว่า ชนพวกหนึ่งมีของมากก็ไม่ให้ คือว่า ชน บางพวกแม้มีโภคะมากมาย ก็ย่อมไม่ให้. บทว่า สหสฺเสน สมํ มิตา แปลว่า นับเสมอด้วยพัน คือ ย่อมเป็นเช่นกับทานพันหนึ่ง.

ในลำดับนั้นแล เทวดาอื่นอีก ได้กล่าวคาถาทั้งหลายในสำนักพระผู้มี พระภาคเจ้าว่า

ทาน พวกพาลชนเมื่อให้ ให้ได้ยาก

กุศลธรรม พวกพาลชนเมื่อทำ ทำได้ยาก

พวกอสัตบุรุษย่อมไม่ทำตาม ธรรมของ

สัตบุรุษอันพวกอสัตบุรุษดำเนินตามได้ยาก

เพราะฉะนั้น การไปจากโลกนี้ของพวก

สัตบุรุษและพวกอสัตบุรุษ จึงต่างกัน

พวกอสัตบุรุษย่อมไปสู่นรก พวกสัตบุรุษ

ย่อมเป็นผู้ดำเนินไปสู่สวรรค์.

บทว่า ทุรนฺวโย แปลว่า ดำเนินตามได้ยาก คือ เข้าถึงได้โดยยาก อธิบายว่า ให้เต็มได้ยาก. ในลำดับนั้นแล เทวดาอื่นอีก ได้กราบทูลกะพระ- ผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า คำของใครหนอแลเป็นสุภาษิต

ดังนี้. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า คำของพวกท่านทั้งหมดเป็นสุภาษิตโดยปริยาย

ก็แต่พวกท่านจงฟังคำของเราบ้างว่า